แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การทำขายตรงให้สำเร็จ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การทำขายตรงให้สำเร็จ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

ขายตรง+++อาชีพที่ไม่ใช่ใครก็ทำได้




      อ่านหัวข้อแล้วอาจจะดูขัดๆกับสิ่งที่หลายๆคนคุ้นเคย แต่นี้คืออีกหนึ่งมุมมองที่จะนำไปสู่ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการทำขายตรงจริงๆ

     จริงอยู่ว่าโดยหลักการของขายตรง มักมองว่า ทุกคนสามารถมีธุรกิจของตัวเองได้ ออกแบบการทำงานได้อย่างเป็นอิสระ และสามารถประสบความสำเร็จร่ำรวยได้ในระยะเวลาไม่นานนัก ซึ่งหลายๆคนที่ตัดสินใจเข้าสู่วงการขายตรงก็เพราะตื่นเต้นกับภาพเหล่านี้จนลืมตั้งคำถามว่า เขาทำอย่างไรจึงสามารถประสบความสำเร็จได้แบบนั้น? และหลายคนก็มองไปเพียงเรื่องของรายได้ที่เขาได้รับ แต่กลับไม่ถามต่อว่า เขาต้องจ่ายไปเท่าไหร่? จ่ายอะไรไปบ้าง?

    ในมุมมองของผม ขายตรงก็ คือ ธุรกิจประเภทหนึ่งที่ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง องค์ความรู้และทัศนคติ เงินทุน ความอดทนที่มากพอ ฉะนั้นหากใช้ความคืดเพียงแค่ว่า มาทำขายตรงเพราะอยากรวยเร็วเป็นความคิดที่ยังคิดไม่จบ และเมื่อไปถึงกลางทางภาพที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างที่คิด จึงเกิดอาการแป๊ก ผิดหวัง ล้มเหลว และล้มเลิกไปตามระเบียบ

    หากอยากทำขายตรงให้ประสบความสำเร็จนั้น ก็จงทำตัวเป็นคนที่ใช่และหาคนที่ใช่สำหรับการทำขายตรงมาอยู่ในองค์กร ผมยันยืนยันว่า "ไม่ใช่ใครก็ได้ที่เหมาะกับการทำธุรกิจขายตรง"

    3 ใช่ที่เราควรใส่ใจในตัวเองและเลือกคนที่จะมาทำธุรกิจขายตรง

ทัศนคติที่ใช่
    สิ่งนี้ขอยกให้เป็นอันดับหนึ่งตลอดกาล หากสิ่งนี้ยังไม่ใช่อย่าเพิ่งคิดแม้แต่จะเดินออกจากบ้าน
ทัศนคติที่ใช่ในส่วนของการทำธุรกิจขายตรง คือ สิ่งที่ผ่านการเรียนรู้ ศึกษา และมีประสบการณ์มาบ้าง จนตนเองมีทัศนคติที่ดีต่อคำว่าธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการ รู้จักการรับผิดชอบตัวเอง มีวินัย และรู้จักวางแผนด้วยตนเอง
     ทัศนคติที่สำคัญที่จะนำมาใช้ทำขายตรงให้ประสบความสำเร็จ คือ การคิดบวกมองหลายๆมุมให้เป็นจนเห็นข้อดี จนเชื่อว่าขายตรง คือ สิ่งที่ใช่สำหรับเขา
      หากจะเลือกใครเข้ามาร่วมทำขายตรงด้วยอาจจะต้องตั้งโจทย์ทดสอบทัศนคติของท่านเพื่อคัดเลือกเขาคนนั้น

เงินทุนที่ใช่
     อย่างที่กล่าวมาแล้วเบื้องต้นว่า ธุรกิจขายตรงก็คือธุรกิจประเภทหนึ่ง ซึ่งคำว่าธุรกิจก็ต้องมีเรื่องของเงินมาเกี่ยวข้องแน่นอน ตั้งแต่เรื่องการลงทุนและผลกำไรที่จะได้รับกลับมา นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่คนตัดสินใจมาทำธุรกิจขายตรงมองข้าม คือ การจัดการกระแสเงินสด
    หลายคนเข้าใจผิดว่า การทำธุรกิจขายตรงนั้นจบเพียงเรื่องของการลงทุนซื้อหน่วยธุรกิจ แล้วไม่ต้องลงทุนอะไรอีกแล้ว นั่นเป็นความคิดที่จะย้อนกลับมาทำให้เราผิดหวังในไม่ช้า เพราะการทำขายตรงท่านต้องใช้เงินทุนเพิ่มเติมในแง่ของการตลาด การเรียนรู้ และจิปาถะที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ เราต้องจัดการการรับและการจ่ายหรือกระแสเงินสดให้รอบคอบ โดยเฉพาะช่วงแรกของการทำธุรกิจที่อาจต้องใช้เงินลงทุนพอสมควร

ความอดทนที่ใช่
    ข้อดีของธุรกิจขายตรง คือ เป็นอาชีพอิสระ ไม่พอใจจะเลิกทำตอนไหนก็ได้ แต่ก็กลับเป็นข้อเสียสำหรับคนที่มีความอดทนต่ำแต่คาดหวังสูง
    ตอนทำงานประจำนั้น เราถูกบังคับด้วยระเบียบกฎเกณฑ์ของบริษัท ไม่พอใจก็ยังต้องทนทำเพื่อเงินเดือน หรือถ้าไม่พอใจจนถึงขีดสุดก็ลาออกหาที่ทำงานใหม่ แต่ขายตรงตรงข้ามกับทั้งหมด
     สำหรับการทำธุรกิจขายตรงนั้นต้องใช้ความอดทนมากกว่าการทำงานประจำเสียอีก เพราะเราต้องบังคับตัวเองแบบสุดๆเพื่อประสบความสำเร็จให้ได้ ระหว่างทางนั้นตัวเองมักจะหลอกล่อตัวเองด้วยข้ออ้าง อคติ ที่ยังไม่หลุดพ้นจากพื้นที่แสนสบายหรือ comfort zone จนหลายคนต้องตกหลุมพลางติดกับดักแล้วสุดท้ายก็โทษทุกอย่างนอกจากตัวเอง และกลับไปยังจุดเดิมอีก ฉะนั้นยาที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีที่สุด คือยาแห่งความอดทนบนความมีระเบียบวินัยนี้เอง

     3 ใช่ที่สำคัญนี้เป็นหลักสำคัญที่จะนำพาทุกคนไปสู่ความสำเร็จในการทำขายตรงได้ และผมขอย้ำอีกครั้งว่าหากยังมีไม่ครบ 3 ใช่อย่าเพิ่งตัดสินใจทำขายตรง เพราะขายตรงไม่ใช่อาชีพที่ใครก็ทำได้สำเร็จ

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

ถ้ามีใครมาชวนทำขายตรงให้ถามไปว่า......


   


      ผมเชื่อว่ามีหลายๆคนที่เข้ามาอ่าน blog นี้อาจเคยถูกชวนทำขายตรงในรูปแบบต่างๆ (ผมเน้นที่ขายตรงถูกกฎหมายนะครับ) หรือบางคนอาจเฉียดๆมาแบบเขามาชวนคนข้างๆ แล้วเราอยู่ในเหตุการณ์ด้วย หลายคนยังอาจลังเล กลัวกับภาพลบๆของขายตรงสายดำ ซึ่งแอบอ้างเอาขายตรงบังหน้ามากกว่า และมือใหม่ที่กำลังจะหัดขายตรงหลายคนสงสัยว่า ถ้าฉันจะทำขายตรงที่ไหนสักแห่ง ฉันจะเริ่มตรงไหน.....

       ผมขอตอบอย่างไวเลยครับว่า เราต้องเริ่มที่ คำถาม?

       คำถามที่ใช่ นำไปสู่คำตอบที่ใช่ คำถามที่ไม่ใช่นำพาไปสู่ทางมืดมิด....

       ก่อนตัดสินใจทำขายตรงเรามาใช้คำถามสำคัญในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงมือทำขายตรงอย่างถูกต้องและประสบความสำเร็จได้จริงๆ


ถามตัวเอง......

  • เรารู้จักตัวเองดีพอหรือยัง ?
  • เป้าหมายในชีวิตของเรา คือ ?
  • เรามีดีตรงไหน ?
  • เราคิดยังไงกับคนรวย ?
  • เราตัดสินใจมาทำขายตรงเพื่อ ?
  • เรามีความรู้เรื่องขายตรงมากน้อยแค่ไหน ?
  • ทัศนคติที่มีต่อขายตรง คือ ?
  • เรามีความอดทนต่ออุปสรรคมากเพียงใด ?
  • เราพร้อมจะเป็นแก้วที่ว่างเปล่าตลอดเวลาได้ไหม ?
ถามคนที่ชวน.....
  • ทำไมคุณถึงทำขายตรง ?
  • เป้าหมายในชีวิตคุณคือ ?
  • คุณใช้หลักอะไรในการดำเนินธุรกิจและบริหารชีวิต ?
  • บริษัทที่คุณทำอยู่มีดีตรงไหน ?
  • คุณประทับใจผลิตภัณฑ์ตัวไหน ?เพราะอะไรถึงประทับใจ ?
  • แผนรายได้ของบริษัทที่คุณทำอยู่ มีจุดเด่นอะไร ?
  • นโยบายในการบริหารทีมงานของคุณ คืออะไร ?
  • คุณจะแนะนำผมให้สำเร็จได้ ตามศักยภาพที่ผมมีอยู่ได้อย่างไร ?
      คำถามเริ่มจากตัวเองให้ได้ครับ จึงจะเริ่มไปถามคนอื่น คำตอบไม่มีสำเร็จรูปนะครับแล้วแต่วิจารณญาณของทุกท่าน ซึ่งข้อดีของคำถามเหล่านี้ คือ จะทำให้เรามองข้ามพ้นจากเปลือกนอกที่เขาขับรถหรู มีบ้านหลังใหญ่มาอวดคุณได้ครับ 

วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อยากสำเร็จต้องเก่งรอบด้าน

   อย่าจำกัดตัวเองด้วยคำว่า "เฉพาะทาง" แล้วไม่พยายามเรียนรู้เพิ่มเติม นั่นคือ คุณกำลังปิดทางก้าวหน้าของตัวเอง
      ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่มีหน่วยวัดเป็นระดับวินาที การเรียนและปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเป็นสิ่งสำคัญจนถึงขนาดว่ามีศาตร์การบริหารการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
      ผู้ที่จะอยู่รอดได้ในปัจจุบันจะจำกัดตนเองให้เก่งด้านเดียวคงไม่ทันกลับสิ่งที่เปลี่ยนไป ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเก่งให้รอบด้านมากขึ้น
      นักขายตรงมือใหม่อย่างเราๆท่านๆหากจะเอาดีกับขายตรงอย่างจริงจัง ก็ต้องศึกษาเพื่อให้รู้รอบด้าน จากการสังเกตความรู้ที่จะต้องเตรียมตัวเพื่อรับกับความสำเร็จมีดังนี้
     @ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา(ความรู้ด้านจิตวิทยา) เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆเพราะเราต้องทำงานกับความสัมพันธ์กับคนตลอดเวลา ดังนั้นเราต้องใช้จิตวิทยาด้านแรงจูงใจ จิตวิทยาการให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ โดยเราใช้ในกระบวนการตั้งแต่ชวนคน สร้างคน รักษาคน
     @ ผู้เชียวชาญด้านการเงิน(ความรู้ด้านการจัดการการเงิน)  การทำขายตรงให้สำเร็จระยะยาว เราต้องเป็นนักวางแผนการเงินที่มองอย่างรอบคอบ รู้จักหา บริหาร ให้เงินงอกเงยระยะยาว ไม่ใช่หาแล้วใช้เป็นอย่างเดียว สุดท้ายก็ต้องย้ายค่าย เหนื่อยใหม่อีกรอบ และที่สำคัญในเรื่องการจัดการการเงิน คือ การแยกแยะว่าเงินที่ออกจากกระเป๋าแต่ละบาทเป็น "ค่าใช้จ่าย" หรือเป็น "การลงทุน" เพื่อที่จะสามารถใช้เงินอย่างถูกจุดและคุ้มค่าที่สุด
    @ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ (ความรู้ด้านการบริหารจัดการ) นับตั้งแต่ท่านได้สมัครเข้าร่วมธุรกิจขายตรง ไม่ว่าจะบริษัทใดก็ตามถือว่าทุกท่าน คือ ผู้จัดการใหญ่รับผิดชอบบริษัทจำกัดของตัวเอง เราต้องระลึกเสมว่านี้ คือ ธุรกิจของตนเองต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง 100 เปอร์เซนต์ ตั้งแต่ การลงทุน วางแผน ดำเนินการ แก้ปัญหา รวมถึงสรุปผลและรับรายได้ด้วยตนเอง
    @ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดต่อหน้าชุมชน (ความรู้และทักษะด้านการพูด) เป็นทักษะที่จำเป็นมากในการเป็นผู้นำ เพราะการพูดเป็นช่องทางการสื่อสารที่ใช้มากที่สุดในการทำขายตรง ซึ่งจำเป็นจะต้องฝึกการเป็นผู้ฟัที่ดีควบคู่ไปด้วย  เพราะนักพูดที่ดี คือ นักฟังที่ดีเช่นกัน
    @ ผู้เชี่ยวชาญด้านคุณธรรม (ความรู้ด้านจริยธรรม/คุณธรรม) ข้อนี้ถือเป็นความรู้ที่ควรยึดเป็นแกนกลางเพื่อการทำธุรกิจให้ยั่งยืนตราบนานเท่านาน

     5 ข้อความรู้และทักษะสำคัญที่นักขายตรงมือใหม่ควรจะใส่ใจแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อความสำเร็จยั่งยืนยาวนานต่อไป

เขียนโดย
ภาสกร ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทมเน็ตเวริค


วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เตรียมตัวก่อนสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง

       หลายคนมองเพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะสำเร็จ ทำอย่างไรถึงจะรวย แปลก...ไม่ค่อยมองไปถึงเรื่อง เมื่อสำเร็จแล้ว รวยแล้วจะทำอย่างไรต่อ ทำอย่างกับว่าจะไม่รวย ยังไงก็ยังงั้น...
        
      ความสำเร็จอันหวมหวน คล้ายกับดอกไม้ที่ทุกคนปรารถนา แต่อาจหลงลืมไปว่าความหอมนั้นมีอยู่เพียงไม่นาน เปรียบกับ ความสำเร็จของนักธุรกิจเครือข่ายขายตรงเช่นกัน
    
       นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายฟังทางนี้....

      หากท่านจะหาวิถีทางสู่ความสำเร็จ บทความชิ้นนี้ไม่มีให้แต่หากท่านถามว่า สำเร็จแล้วไปไงต่อ ท่านมาถูกทางแล้ว

      ภาพความสำเร็จที่รับรายได้เป็นล้าน มีรถหรูๆขับ มีแต่คนปรบมือ แซ่ซ้องด้วยคำชื่นชม ไปที่ไหนก็มีแต่คนต้อนรับอยากใกล้ชิด อยากจับมือกับผู้สำเร็จ เป็นภาพที่เรามักพบเห็นจนชิ้นตากับความสำเร็จในขายตรงบริษัทต่างๆ สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นอดีตเมื่อเวลาผ่านพ้นไป ผู้ประสบความสำเร็จบางคนก็อยู่รอดปลอดภัยด้วนระบบบริหารจัดการ ด้านการเงิน ด้านการใช้ชีวิต มีเงินงอกเงยเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ด้วยเครือข่ายคุณภาพดีที่เขาใช้ใจเป็นเดิมพัน แต่บางคนไม่อย่างนั้น หลงติดกับวัตถุ ถลำลึกไปสู่ความโลภ เงินที่หาได้อย่างรวดเร็วกลับอัตรธานหายหวับไปกับตาในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งที่จะได้ยินจากปากของบุคคลประเภทหลังนี้ คือ การพร่ำเพ้อถึง ความสำเร็จเดิมๆ ชนิดที่ว่า เงินเคยได้เป็นสิบๆ ร้อยๆล้าน มีรถหรู บ้านใหม่ ใต้องค์กรมีคนเป็นหมื่นเป็นแสน แต่พอมาบริษัทใหม่ เหลี่ยวหาใครก็ไม่มีใครตามมา สุดท้ายก็มีเพียง "ลมที่หลุดออกมาจากปากแล้วก็หายไปในสายลม"

     ต้องขอบคุณบุคคลประเภทหลังที่ผมกล่าวถึง เขาเป็นครูให้ผมได้อย่างดี ต่อการคิดต่อในเรื่องที่ว่า "ความสำเร็จเดิมๆ กับวิธีการเดิมๆ บางอย่างอาจจะใช้ไม่ได้กับ กาลเวลาที่เปลี่ยนไป" ลองวิเคราะห์ปัจจัยให้ลึกลงไปว่า บริบทต่างๆในตอนที่คุณสำเร็จ เช่น ความสดใหม่ของเรื่องขายตรง,กฎหมายขายตรง,ความเข้าใจเรื่องขายตรง และอื่นๆอีกมากมาย สมัยนั้นกับสมัยนี้ย่อมต่างกันมากโข เพราะฉะนั้นผมย้ำอีกครั้งว่า คุณไม่มีทางที่จะทำแบบเดิมแล้วสำเร็จซ้ำเหมือนเดิมอีกได้

    เราวกไปเรื่องวิธีการแห่งความสำเร็จมากพอแล้ว  คร่าวนี้เรามามุ่งประเด็น เรื่อง เมือ่เราประสบความสำเร็จแล้ว จะไปยังไงต่อ? ที่คิดแบบนี้เพราะว่าตอนนี้เราข้ามพ้นเรื่อง ลงมือทำเพื่อความสำเร็จแต่แรกแล้วนะครับ ถ้ายังคิดว่าลงมือทำแล้วไม่สำเร็จอย่าลงมือทำตั้งแต่เริ่มต้นเลยดีกว่าครับ...เสียเวลาเปล่า

     การรักษาแชมป์หรือการรักษาความสำเร็จให้มีความต่อเนื่องนั้นเป็นเรื่องที่เราควรจะคิดไปพร้อมกับ การวางแผนวิธีการสู่ความสำเร็จ ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยคงความสำเร็จให้อยู่ได้ตราบนานเท่านานมีดังนี้

 @ ระลึกเสมอว่าความสำเร็จเป็นเพียงสิ่งที่ถูกสมมติขึ้นมา ความสำเร็จแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ตามความพอใจ จงวางความสำเร็จบนความพอใจในความพอเพียง 
@ คุณธรม ความรัก และศรัทธาเท่านั้นที่ความสำเร็จอยากจะคบหาเป็นเพื่อนตายตลอดเป็น สำรวจตนเองตลอดเวลาว่า 3 สิ่งนี้เราพร่องไปหรือเปล่า ถ้าพร่องรีบเติม ก่อนความสำเร็จจะจากคุณไป
@ ทำแบบเดิม ความสำเร็จเดิมๆ บางอย่างไม่อาจสามารถใช้กับความสำเร็จที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ได้ ดังนั้นคุณควรจะแสวงหาวิธีการใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆมาใช้ในการทำธุรกิจขายตรงบ่้าง
@ อย่าทำเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ หวงรายได้ที่เกิดจากความสำเร็จเอาไว้ไม่นำไปทำให้เกิดการงอกเงย บางทีเราอาจต้องไปศึกษาช่องทางการลงทุนอื้นๆเพิ่มเติมไว้ เช่น ลงทุนในกองทุนต่างๆ ลงทุนในหุ้น ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การะจายความเสี่ยงออกไป ดังเช่นที่เคยได้ยินมาว่า อย่าเก็บไข่หลายๆใบไว้ในตระกล้าใบเดียว
@ ความสำเร็จ ย่อมอยู่กับผู้เข้าใจความสำเร็จอย่างแท้จริง แต่หากไม่รู้เรื่องความสำเร็จ แล้วไปอวดรู้และนำไปอวดอ้างต่อ ความสำเร็จจะเล่นงานคุณจนอ่วมเลยทีเดียว ฉะนั้นจงทำตัวเป็นแก้วว่างเสมอ ศึกษาเรียนรู้ในเรื่องของการพัฒนาความคิดที่ถูกต้องในการทำธุรกิจขายตรงอย่างไรจึงจะรักษาความสำเร็จไว้ได้ จงลงทุนกับความรู้ให้มาก เช่น การเข้าสัมนา ซื้อหนังสือ ซีดี แล้วความรู้นั้นจะย้อนกลับมารักษาความสำเร็จให้อยู่กับเราตราบนานเท่านาน

เป็นแชมป์ว่ายาก แต่การรักษาแชมป์ยากกว่า สำเร็จแล้วว่าแน่ แต่รักษาความสำเร็จได้ยาวนาน นั่นคือ แน่กว่า

เขียนโดย
ภาสกร ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค