วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

ขยายฐาน เพื่อต่อยอดความสำเร็จ

             ฐานที่มั่นคงแผ่กว้าง ย่อมจะทำให้การต่อยอดทำได้มากขึ้โดยไม่ต้องกังวลว่า เมื่อมีลมพายุพัดกระหน่ำแล้วจะล้มลงมาง่ายๆ

ปรัชญาการทำขายตรงที่มักพูดถึงกันอย่างสม่ำเสมอ คือ "การสร้างเครือข่ายผู้บริโภค" ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนโดยปัจจัยสำคัญ คือ เครือข่ายผู้บริโภคมีการบริโภคซ้ำอย่างต่อเนื่อง มีความจงรักภักดี ผูกพันธ์กับแบรนด์ของสินค้าและบริษัทในระยะยาว ไม่คิดที่จะเปลี่ยนจากไปง่ายๆ
นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย บางครั้งเราอาจกำลังหลงทางไปกับการชวนคนเข้าระบบเครือข่ายขายตรงอย่างเมามัน จนเกิดโครงสร้างของเครือข่ายขายตรงที่ตื่นเต้น เร้าใจ เกิดรายได้อย่างรวดเร็วในระยะแรก ผ่านไปสักพักกับเงียบร้างไร้การเคลื่อนไหว

ค่าแนะนำอาจดูเป็นสิ่งจูงใจในระยะแรกๆ เพราะเห็นเงินเป็นกอบเป็นกำ แต่สิ่งที่จะทำให้เรามีกินมีใช้ที่เป็นเงินประเภทไหลเข้าประเป๋าไม่หยุดหรือ Passive Income แท้ที่จริง คือ การสร้างวัฒนธรรมปลูกจิตสำนึกการบริโภคซ้ำให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะอย่าลืมว่า หากคนในองค์กรของท่านที่ตอนนั้นอาจมีเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้านคน บริโภคสินค้าพร้อมๆกันคนละ 1 ชิ้น คะแนนที่แปรเปลี่ยนเป็นเงินที่ท่านจะได้รับแม้เป็นเงินคนละ 1 บาทแต่มาจากสมาชิกในองค์กรสัก 1 ล้านคน นั่นหมายความว่าท่านได้รับ 1 ล้านบาทในเดือนนั้น และหากสมาชิกในองค์กรของท่านซื้อซ้ำทุกเดือน นั่นก็หมายความว่าท่านได้เดือนละ 1 ล้านบาทจริงไมครับ?

การทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง บางทีเราอาจต้องหวนกลับมาสู่เรื่องพื้นฐาน กับการรณรงค์สร้างวัฒนธรรมการซื้อซ้ำ ด้วยความภาคภูมิใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นบริษัทที่ท่านทำอยู่ ท่านอาจต้องปลูกฝังให้ทีมงานได้ซาบซึ้งถึงขนาดว่า ตอนแปรงฟัน สระผม ซักผ้า ในหัวเต็มไปด้วยความหวัง ความฝันของรายได้และชีวิตที่มีอิสรภาพมากขึ้น ด้วยสินค้า แผนการตลาด และระบบของบริษัทที่ท่านทำอยู่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จได้

ตราบใดที่ฐานยังแคบ ท่านจะต่อยอดขึ้นไปสูงได้มากสักเท่าไหร่?

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รักษาองค์กรด้วยภาวะผู้นำ

หากไม่ใช่ผู้นำ นั่นไม่ใช่ของจริง และไม่แปลกว่าทำไมคนถึงไม่อยากอยู่กับเรานานๆ

       เคยได้ยินวลีเด็ดติดหูอยู่สำนวนหนึ่งว่า "การเป็นแชมป์มันยาก แต่การรักษาแชมป์นี่สิ มันยากกว่า" ย้อนกลับมาทบทวนการทำงานในแวดวงธุรกิจเครือข่ายขายตรงที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
      
     กระบวนการทำธุรกิจขายตรง เริ่มต้นด้วยการชวนคน โดยเฉพาะแผนธุรกิจแบบไบนารี่ การขายอย่างเดียวไม่อาจทำให้สำเร็จได้ในเวลาสั้นๆแต่สิ่งที่ต้องทำคู่คู่กันไป คือ การขยายหรือการชวนคนเข้าสู่เครือข่ายของเรา เพื่อสร้างระบบผ่อนแรงระยะยาว นำสู่การมีรายได้แบบไม่มีหยุดหรือ passive income ในระยะยาวต่อไป

        การชวนคนเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายขายตรง หากผ่านการฝึกฝนและทำอย่างสม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่ไม่ยากนัก รายได้จากการชวนคนหรือSponser Bonus มักมองเห็นเป็นกอบเป็นเป็นกำชัดเจนในช่วงแรก จนหลายท่านอาจติดกับดักหลงระเริงมองข้ามเรื่องรายได้ช่องทางอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยในช่วงแรกๆแต่ในระยะยาวมีผลทำให้เกิดอิสรภาพทางการเงินได้อย่างแท้จริง

      รายได้ในส่วนที่กล่าวถึงข้างต้น คือ รายได้จากการสร้างทีมงาน สร้างองค์กรให้เติบโต และรักษาองค์กรให้อยู่กับเรานานๆ ซึ่งต้องอาศัยภาวะที่สำคัญที่เรามักมองข้ามกันไป คือ ภาวะผู้นำ

     ภาวะผู้นำจะผลักดันให้ท่านต้องเรียนรู้ตลอดเวลา พัฒนาตนเองทุกด้านทั้งเรื่องความคิด ทักษะการสื่อสาร ทักษะการจูงใจ ทักษะการพูดในที่ชุมชน ทักษะการครองใจคน ทักษะการบริหารจัดการคน รวมถึงการยึดคุณธรรมและจริยธรรมเป็นแกนกลางและภาวะผู้นำจะทำให้ท่าน เข้าใจว่า การสร้างความสำเร็จให้กับคนที่อยากสำเร็จจริงๆในองค์กร นั่นละคือ ความสำเร็จของเราอย่างแท้จริง

    นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย ต่อไปนี้หากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้นำในองค์กรเดินจากเราไป อย่ามัวแต่นั่งเสียใจ เสียดายแล้วโทษแต่คนอื่น ได้โปรดหันมามองตัวเองแล้ย้อนกลับมาถามตัวเองดังๆว่า "เราดีพอหรือยัง? เรารู้มากพอหรือยัง? เราเก่งพอหรือยัง? และเรามีภาวะผู้นำที่ดีพอหรือยัง? ถ้ายังตอบว่าไมดีพอ หรือ ไม่รู้คำตอบเหล่านี้ อย่าเสียใจอีกต่อไปเลย เอาเวลาแบบนั้นมาพัฒนาตัวเองให้มีภาวะผู้นำที่ดีเพื่อรักษาองค์กรให้อยู่กับเรานานๆจะดีกว่าไม?

    เมื่อเหตุการณ์ใดๆได้เกิดขึ้นในโลกใบนี้แล้ว อย่าลืมว่าเรา คือ หนึ่งในคนที่จะทำให้เหตุการณ์นี้ดีหรือเลวร้ายขึ้น คือ เราเอง และผู้ที่มีภาวะผู้นำมักจะลุกขึ้นมารับผิดชอบก่อนใคร
    
เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

สร้างวินัย สร้างนิสัยสู่ความสำเร็จ

วินัยแห่งแห่งความสำเร็จ จะนำพาทุกท่านสู่ความสำเร็จได้จริงๆ ขึ้นกับว่า คุณกล้าพอที่จะมีวินัยไม?
สิ่งที่คล้ายๆกันระหว่างงานประจำและอาชีพอิสระ คือ คุณต้องมีสิ่งที่ควบคุมตัวคุณเองเพื่อไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางจนไปสู่ความสำเร็จ และสิ่งนั้นมักเรียกสั้นๆว่า "วินัย"

นักขายตรงมือใหม่หลายๆท่านมักเข้าใจผิดว่า การลาออกจากงานประจำมาทำอาชีพอิสระอย่าง ธุรกิจเครือข่ายขายตรง คือ หนทางที่จะทำให้ตนขี้เกียจได้มากขึ้นแต่จะทำเงินได้มากขึ้น ถ้ากำลังคิดแบบนี้อยู่ มาทบทวนพิจารณากันใหม่ครับ......

คำว่าอาชีพอิสระที่เราได้ยินกันบ่อยๆ คือ ปลายทางหรือจุดมุ่งหมายที่ธุรกิจขายตรงมักชูให้เห็นเพื่อเป็นแรงจูงใจกับคนใหม่ๆที่เข้าสู่วงการขายตรง ทุกคนปรารถนาอิสรภาพ แต่สิ่งสำคัญที่สำคัญ คือ อิสรภาพหรืออาชีพอิสระไม่ได้หมายความว่า คุณจะทำอะไรตามใจได้โดยสิ่งเหล่านั้นไม่ได้นำพาท่านบรรลุเป้าหมายที่ดีกว่าสิ่งที่เคยทำมา และบางคนที่ตีโจทย์เรื่องอิสรภาพผิดแล้วตัดสินใจเข้าสู่วงการขายตรง กลับมีชีวิตที่แย่กว่าเดิมอีก ทำไม?

คำว่าอาชีพอิสระที่มีความหมายเพื่อความสำเร็จ แท้ที่จริงแล้วต้องถูกควบคุมด้วยวินัย วินัยที่เราต้องเป็นผู้กำหนดเอง ไม่มีใครกำหนดให้ จะต้องตื่นนอนกี่โมง? จะต้องไปพบผู้มุ่งหวังให้ได้วันละกี่คน? จะต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเองได้? เงินที่หามาแล้วจะเก็บจะใช้อย่างไร? วินัยที่ท่านต้องใช้ควบคุมสิ่งที่ผมกล่าวมา ก่อนลาออกจากงานประจำมาทำขายตรง ถามตัวเองก่อนว่า รับได้ไมที่จะทำในสิ่งเหล่านี้ให้ได้อย่างเคร่งครัด ถ้ายังทำไมได้ก็ต้องให้คนอื่นคอยควบคุมวินัย ทำงานประจำต่อไป

วินัยจะเป็นตัวควบคุมให้เรามีหลักยึดที่ไม่เห็นแต่ความคิดแบบสบายของตนเอง วินัยจะคอยควบคุมแผนการที่เราวางไว้เพื่อไปสู่ความสำเร็จได้ ที่สำคัญ คือ วินัยจะคอยปฏิเสธข้ออ้างที่เข้าข้างตัวเองและพาเสียการเสียงานได้เป็นอย่างดี

นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย อย่ามัวแต่มองไปหาคนอื่น โทษอัพไลน์ โทษบริษัท หรือชะตาชีวิตตนเองอยู่เลย หันมาเข้มงวดกับตัวเองด้วยวินัยแห่งความสำเร็จ กล้ายอมรับและทำโทษตัวเองเมื่อเราทำผิด สร้างคุณค่าเติมเต็มตัวเองด้วยวินัยอันมั่นคง แล้วในที่สุดท่านจะเติมโตไปเป็นนักขายตรงมืออาชีพอย่างเต็มภาคภูมิ

วันนี้คุณมีวินัยแห่งความสำเร็จหรือยัง?

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

ความดีเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ยกให้เขาเถิด

ทุกอย่างมีเหตุเป็นแดนเกิด ทุกอย่างมีปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิด - พระพุทธเจ้า

บางทีคนเราก็ลืมไปว่า เราไม่ได้เกิดมาลำพัง ความเป็นเราหล่อหลอมจากแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พ่อ แม่ ญาติ อาจารย์ และอื่นๆมากมาย อย่าลืมสิ่งเหล่านี้ เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว

ศาสตร์แห่งความร่ำรวยที่กล่าวไว้มานานกว่าร้อยปี ได้ให้ความสำคัญกับการสำนึกรู้คุณ ด้วยการขอบคุณทุกสิ่งรอบตัวที่มีผลทั้งในทางลบหรือบวก หากเป็นทางบวกจะเสริมแรงทำให้บวกยิ่งขึ้น หากเป็นทางลบอาจจะกลับกลายเป็นแง่ดีได้อย่างน่าอัศจรรย์

ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า "กตัญญูทำให้โลกรอด" 

ความกตัญญู คือ รูปแบบการแสดงออกแห่งการขอบคุณที่เห็นได้ชัดเจนและลึกซึ้งที่สุด และเมื่อท่านใดได้แสดงออกมาอย่างจริงใจ จริงๆแล้วย่อมทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยการให้อย่างสวยงาม

นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย ผมเคยได้ยินอาจารย์ท่านหนึ่งบอกเสมอว่า "มือผู้ให้ย่อมอยู่สูงกว่ามือผู้รับ" จิตใจผู้ให้จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จริงไม?

ฉะนั้นเมื่อความสำเร็จหรือความดีได้เกิดกับ ผู้ที่เราแนะนำเข้าสู่ธุรกิจหรือดาวน์ไลน์ของเราแล้ว จงเต็มใจยกความดีนั้นให้เขาด้วยมุฑิตาจิตยินดีกับสิ่งที่เขาได้รับ ชื่นชมในสิ่งที่เขาทำๆได้ แะนั้นจะเป็นแบบอย่างแห่งความที่จะถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายธุรกิจขายตรงแห่งความดีของเรา นำพาความยั่งยืนมาสู่ธุรกิจต่อไป

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบและนำไปใช้จนเกิดประโยชน์
และเมื่อความดีได้เกิดขึ้นแล้วขอยกให้กับทุกท่านอย่างเต็มใจ

โดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค




วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อะไรที่มากกว่า "ความสำเร็จ" ?

หลุมแห่งความสำเร็จจะลึกเท่ากับความหลงที่เรายึดติดอยู่กับความสำเร็จนั้น
นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายโปรดฟังทางนี้ !
แรงจูงใจที่ผลักดันให้ทุกท่านเข้าสู่วงการขายตรง แน่นอนว่าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ความสำเร็จ" หากแปลงเปลี่ยนความสำเร็จเป็นรูปธรรม ความสำเร็จ จะมองเห็นเป็น เงิน บ้าน รถ หรือความสุขใดๆที่ท่านปรารถนา 
สิ่งที่น่ากลัวมิใช่ตอนที่ยังไม่สำเร็จ แต่สิ่งที่น่ากลัว คือ เมื่อสำเร็จแล้วจะไปยังไง จะรักษาความต่อเนื่องของความสำเร็จได้อย่างไร?
เคยได้ยินนักปราชญ์กล่าวไว้ว่า
"การเป็นแชมป์นั้นมันยาก แต่การรักษาแชมป์มันยากกว่ามาก"
นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย หากท่านเข้าสู่วงการขายตรงสักพักรับรองว่า ท่านจะไม่พลาดที่จะได้ยินประโยคที่พร่ำเพ้อซ้ำแล้ว ซ้ำอีก คล้ายฟังแผ่นเสียงตกร่อง ของอดีตผู้ประสบความสำเร็จในวงการขายตรง ทุกครั้งที่เขาเหล่านั้นสาธยายท่านจะต้องนั่งทนฟังจนกว่าเขาจะเล่าจบ เรื่องยาวปานนวนิยายทำให้ท่านเคลิบเคลิ้มจนเหมือนความฝันอันเลือนรางในภาวะปัจจุบัน เพราะอะไรนั่นหรือ?

บริบทที่เปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ย่อมส่งผลต่อรูปแบบความสำเร็จที่เปลี่ยนไปเช่นกัน  บางทีวิธีการเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้กับบริบทใหม่ๆ ได้โปรดยอมรับกับการทำตัวให้เป็นเด็กที่เปิดใจกว้างที่จะเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่ากักขังตนเองไว้ในกรงขังแห่งมายาคติแห่งความสำเร็จแบบเดิมๆอีกเลย

นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว จงบอกตัวเองเสมอว่าไม่มีสิ่งใดยั่งยืน ทุกอย่างมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปตามกระแสแห่งโลกความเป็นจริง จงทำตัวให่เป็นนักขายตรงมือใหม่เปิดใจใสๆรับทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาแล้วท่านก็จะพบว่าความสำเร็จที่แท้จริงแล้วอยู่ที่เรามอง

โดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ดำเนินชีวิตด้วยคำถามสำคัญ

ดำเนินชีวิตด้วยคำถามสำคัญ
ถ้าไม่ถามจะรู้ได้ยังไง?

เมื่อก่อนอยู่ในห้องเรียน เรามักได้คำตอบสำเร็จรูปหลายๆอย่าง ไม่มีทางเลือกพอที่จะสงสัย ใครตั้งคำถามเป็นเจ้าหนูจำไม จะถูกคุณครูและเพื่อนๆมองด้วยสายตาแปลกๆ

พอออกมาใช้ชีวิต บางคนถึงกับตกใจกับชีวิตที่แท้จริงแล้วไม่มีอะไรสำเร็จรูป  เฝ้าแต่หาคำตอบสำเร็จรูปจนลืมที่จะมองไปถึงวิธีการตั้งคำถาม ซึ่งจริงๆแล้วคำตอบทุกคำตอบย่อมมาจากคำถาม คำถามดี คำตอบก็เป็นไปในทางที่ดี คำถามไม่ดี อาจจะนำทางไปสู่คำถามที่ไม่ดีได้เช่นกัน

ในโอกาสเข้าสู่ปลายปีและจะก้าวสู่ปีใหม่ นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายโปรดพึงระลึกถึงคำถามสำคัญ ที่จะนำไปสู่คำตอบที่สำคัญอันจะนำพาเราสู่ความสำเร็จได้อย่างแท้จริงดังนี้

@ ตอนนี้เราอยู่ตรงจุดไหน ห่างจากเป้าหมายมากน้อยเพียงใด?
@ ข้อผิดพลาดที่ผ่านมามีอะไรบ้าง? เราควรจะแก้ไขตรงไหน?
@ เราต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมบ้าง เพื่อเป็นการพัฒนาตนเอง?
@ กลยุทธ์หรือวิธีการไปสู่ความสำเร็จในปีหน้า ?
@ เครื่องมืออะไรบ้างที่เราจะเตรียมไว้เพื่อสนับสนุนความสำเร็จ?
@ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ "ครอบครัวยังรักกันมากขึ้นไม?" "เพื่อนมีเพิ่มขึ้นหรือไม่?" "สุขภาพดีขึ้นมากแค่ไหน?" "รายได้มากขึ้นหรือไม่" และคำถามสำคัญ คือ 
"ยังมีความสุขดีหรือเปล่า?"
คำถามสำคัญ นำไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า
ขอให้นักขายตรงมือใหม่ขายตรงทุกท่านมีความสุข มีกำลังสติ มีกำลังใจมากขึ้นในปี 2557 นี้  
สวัสดีปีใหม่ครับ

โดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทบทวนแล้วก้าวไป นักขายตรงมือใหม่หัวใจไม่ย่อท้อ

     ถ้าเปรียบวันเวลาเหมือนกระแสน้ำ เราคงต้องเรียนรู้กับกระแสน้ำให้มากขึ้น เพราะถึงจุดที่เรายืนเป็นจุดเดิม แต่อย่าลืมว่ากระแสนำ้ คือ เรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เพลอแป็บเดียววันเวลาผ่านไปเกือบๆอีกหนึ่งปี ช่วงเดือนสุดท้ายของปีผมมองว่าเป็นช่วงเวลาดีๆที่เปิดโอกาสให้เราได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ซึ่งอาจพบพานกับเรื่องที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง สิ่งเหล่านี้นับว่ามีค่าทั้งนั้นถ้าเรามองเห็นคุณค่าของมันจริงๆ

นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย หากเราได้ลงมือทำสิ่งใดๆลงไปแล้ว จงระลึกเสมอว่า สิ่งเหล่านั้นไม่มีวันสูญเปล่า หากเราได้มีเวลามานั่งทบทวนว่าสิ่งที่ทำมันส่งผลในความสำเร็จมากน้อยขนาดไหน หากสิ่งใดที่ยิ่งทำยิ่งพาตนไปสู่ความเสื่อมก็ขอจงถอยมาไต่ตรองและตั้งเป้าว่าเราจะปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ให้ดีขึ้นในปีถัดไป แต่หากสิ่งใดที่เราแล้วดี ก็จงอย่างหยุดทนงในคำว่า ดี เพราะยังมีสิ่งที่ ดีกว่ารออยู่ข้างหน้า อย่าประมาท

หากทบทวนแล้ว ตั้งใจที่จะเติมสิ่งด้อย เสริมส่วนดีให้ดีกว่าเก่า ท่านจะไม่เสียดายเวลาเลย หากปีหน้าเดินทางมาถึง จริงไม?
    
       เป็นกำลังใจให้นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายได้ก้าวต่อไปด้วยหัวใจอันเข้มแข็ง จากการหล่อหลอมผ่านคืนวันนับเป็นปีที่ผ่านมา สู้ตราบเท่าที่เรายังมีพลังแห่งความศรัทธาแบบไม่รู้จบต่ออาชีพเครือข่ายขายตรงตลอดไป

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค