วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

ความดีเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ยกให้เขาเถิด

ทุกอย่างมีเหตุเป็นแดนเกิด ทุกอย่างมีปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิด - พระพุทธเจ้า

บางทีคนเราก็ลืมไปว่า เราไม่ได้เกิดมาลำพัง ความเป็นเราหล่อหลอมจากแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พ่อ แม่ ญาติ อาจารย์ และอื่นๆมากมาย อย่าลืมสิ่งเหล่านี้ เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว

ศาสตร์แห่งความร่ำรวยที่กล่าวไว้มานานกว่าร้อยปี ได้ให้ความสำคัญกับการสำนึกรู้คุณ ด้วยการขอบคุณทุกสิ่งรอบตัวที่มีผลทั้งในทางลบหรือบวก หากเป็นทางบวกจะเสริมแรงทำให้บวกยิ่งขึ้น หากเป็นทางลบอาจจะกลับกลายเป็นแง่ดีได้อย่างน่าอัศจรรย์

ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า "กตัญญูทำให้โลกรอด" 

ความกตัญญู คือ รูปแบบการแสดงออกแห่งการขอบคุณที่เห็นได้ชัดเจนและลึกซึ้งที่สุด และเมื่อท่านใดได้แสดงออกมาอย่างจริงใจ จริงๆแล้วย่อมทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยการให้อย่างสวยงาม

นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย ผมเคยได้ยินอาจารย์ท่านหนึ่งบอกเสมอว่า "มือผู้ให้ย่อมอยู่สูงกว่ามือผู้รับ" จิตใจผู้ให้จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จริงไม?

ฉะนั้นเมื่อความสำเร็จหรือความดีได้เกิดกับ ผู้ที่เราแนะนำเข้าสู่ธุรกิจหรือดาวน์ไลน์ของเราแล้ว จงเต็มใจยกความดีนั้นให้เขาด้วยมุฑิตาจิตยินดีกับสิ่งที่เขาได้รับ ชื่นชมในสิ่งที่เขาทำๆได้ แะนั้นจะเป็นแบบอย่างแห่งความที่จะถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายธุรกิจขายตรงแห่งความดีของเรา นำพาความยั่งยืนมาสู่ธุรกิจต่อไป

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบและนำไปใช้จนเกิดประโยชน์
และเมื่อความดีได้เกิดขึ้นแล้วขอยกให้กับทุกท่านอย่างเต็มใจ

โดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค




วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อะไรที่มากกว่า "ความสำเร็จ" ?

หลุมแห่งความสำเร็จจะลึกเท่ากับความหลงที่เรายึดติดอยู่กับความสำเร็จนั้น
นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายโปรดฟังทางนี้ !
แรงจูงใจที่ผลักดันให้ทุกท่านเข้าสู่วงการขายตรง แน่นอนว่าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ความสำเร็จ" หากแปลงเปลี่ยนความสำเร็จเป็นรูปธรรม ความสำเร็จ จะมองเห็นเป็น เงิน บ้าน รถ หรือความสุขใดๆที่ท่านปรารถนา 
สิ่งที่น่ากลัวมิใช่ตอนที่ยังไม่สำเร็จ แต่สิ่งที่น่ากลัว คือ เมื่อสำเร็จแล้วจะไปยังไง จะรักษาความต่อเนื่องของความสำเร็จได้อย่างไร?
เคยได้ยินนักปราชญ์กล่าวไว้ว่า
"การเป็นแชมป์นั้นมันยาก แต่การรักษาแชมป์มันยากกว่ามาก"
นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย หากท่านเข้าสู่วงการขายตรงสักพักรับรองว่า ท่านจะไม่พลาดที่จะได้ยินประโยคที่พร่ำเพ้อซ้ำแล้ว ซ้ำอีก คล้ายฟังแผ่นเสียงตกร่อง ของอดีตผู้ประสบความสำเร็จในวงการขายตรง ทุกครั้งที่เขาเหล่านั้นสาธยายท่านจะต้องนั่งทนฟังจนกว่าเขาจะเล่าจบ เรื่องยาวปานนวนิยายทำให้ท่านเคลิบเคลิ้มจนเหมือนความฝันอันเลือนรางในภาวะปัจจุบัน เพราะอะไรนั่นหรือ?

บริบทที่เปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ย่อมส่งผลต่อรูปแบบความสำเร็จที่เปลี่ยนไปเช่นกัน  บางทีวิธีการเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้กับบริบทใหม่ๆ ได้โปรดยอมรับกับการทำตัวให้เป็นเด็กที่เปิดใจกว้างที่จะเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่ากักขังตนเองไว้ในกรงขังแห่งมายาคติแห่งความสำเร็จแบบเดิมๆอีกเลย

นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว จงบอกตัวเองเสมอว่าไม่มีสิ่งใดยั่งยืน ทุกอย่างมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปตามกระแสแห่งโลกความเป็นจริง จงทำตัวให่เป็นนักขายตรงมือใหม่เปิดใจใสๆรับทุกสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาแล้วท่านก็จะพบว่าความสำเร็จที่แท้จริงแล้วอยู่ที่เรามอง

โดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ดำเนินชีวิตด้วยคำถามสำคัญ

ดำเนินชีวิตด้วยคำถามสำคัญ
ถ้าไม่ถามจะรู้ได้ยังไง?

เมื่อก่อนอยู่ในห้องเรียน เรามักได้คำตอบสำเร็จรูปหลายๆอย่าง ไม่มีทางเลือกพอที่จะสงสัย ใครตั้งคำถามเป็นเจ้าหนูจำไม จะถูกคุณครูและเพื่อนๆมองด้วยสายตาแปลกๆ

พอออกมาใช้ชีวิต บางคนถึงกับตกใจกับชีวิตที่แท้จริงแล้วไม่มีอะไรสำเร็จรูป  เฝ้าแต่หาคำตอบสำเร็จรูปจนลืมที่จะมองไปถึงวิธีการตั้งคำถาม ซึ่งจริงๆแล้วคำตอบทุกคำตอบย่อมมาจากคำถาม คำถามดี คำตอบก็เป็นไปในทางที่ดี คำถามไม่ดี อาจจะนำทางไปสู่คำถามที่ไม่ดีได้เช่นกัน

ในโอกาสเข้าสู่ปลายปีและจะก้าวสู่ปีใหม่ นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายโปรดพึงระลึกถึงคำถามสำคัญ ที่จะนำไปสู่คำตอบที่สำคัญอันจะนำพาเราสู่ความสำเร็จได้อย่างแท้จริงดังนี้

@ ตอนนี้เราอยู่ตรงจุดไหน ห่างจากเป้าหมายมากน้อยเพียงใด?
@ ข้อผิดพลาดที่ผ่านมามีอะไรบ้าง? เราควรจะแก้ไขตรงไหน?
@ เราต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมบ้าง เพื่อเป็นการพัฒนาตนเอง?
@ กลยุทธ์หรือวิธีการไปสู่ความสำเร็จในปีหน้า ?
@ เครื่องมืออะไรบ้างที่เราจะเตรียมไว้เพื่อสนับสนุนความสำเร็จ?
@ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ "ครอบครัวยังรักกันมากขึ้นไม?" "เพื่อนมีเพิ่มขึ้นหรือไม่?" "สุขภาพดีขึ้นมากแค่ไหน?" "รายได้มากขึ้นหรือไม่" และคำถามสำคัญ คือ 
"ยังมีความสุขดีหรือเปล่า?"
คำถามสำคัญ นำไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า
ขอให้นักขายตรงมือใหม่ขายตรงทุกท่านมีความสุข มีกำลังสติ มีกำลังใจมากขึ้นในปี 2557 นี้  
สวัสดีปีใหม่ครับ

โดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทบทวนแล้วก้าวไป นักขายตรงมือใหม่หัวใจไม่ย่อท้อ

     ถ้าเปรียบวันเวลาเหมือนกระแสน้ำ เราคงต้องเรียนรู้กับกระแสน้ำให้มากขึ้น เพราะถึงจุดที่เรายืนเป็นจุดเดิม แต่อย่าลืมว่ากระแสนำ้ คือ เรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เพลอแป็บเดียววันเวลาผ่านไปเกือบๆอีกหนึ่งปี ช่วงเดือนสุดท้ายของปีผมมองว่าเป็นช่วงเวลาดีๆที่เปิดโอกาสให้เราได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ซึ่งอาจพบพานกับเรื่องที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง สิ่งเหล่านี้นับว่ามีค่าทั้งนั้นถ้าเรามองเห็นคุณค่าของมันจริงๆ

นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย หากเราได้ลงมือทำสิ่งใดๆลงไปแล้ว จงระลึกเสมอว่า สิ่งเหล่านั้นไม่มีวันสูญเปล่า หากเราได้มีเวลามานั่งทบทวนว่าสิ่งที่ทำมันส่งผลในความสำเร็จมากน้อยขนาดไหน หากสิ่งใดที่ยิ่งทำยิ่งพาตนไปสู่ความเสื่อมก็ขอจงถอยมาไต่ตรองและตั้งเป้าว่าเราจะปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ให้ดีขึ้นในปีถัดไป แต่หากสิ่งใดที่เราแล้วดี ก็จงอย่างหยุดทนงในคำว่า ดี เพราะยังมีสิ่งที่ ดีกว่ารออยู่ข้างหน้า อย่าประมาท

หากทบทวนแล้ว ตั้งใจที่จะเติมสิ่งด้อย เสริมส่วนดีให้ดีกว่าเก่า ท่านจะไม่เสียดายเวลาเลย หากปีหน้าเดินทางมาถึง จริงไม?
    
       เป็นกำลังใจให้นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายได้ก้าวต่อไปด้วยหัวใจอันเข้มแข็ง จากการหล่อหลอมผ่านคืนวันนับเป็นปีที่ผ่านมา สู้ตราบเท่าที่เรายังมีพลังแห่งความศรัทธาแบบไม่รู้จบต่ออาชีพเครือข่ายขายตรงตลอดไป

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ความสำเร็จของเรา = ความสำเร็จขององค์กร

ความสำเร็จของเรา = ความสำเร็จขององค์กร
ความสำเร็จของการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง แท้จริงมาจากการสร้างความสำเร็จให้กับคนใต้องค์กร หากคิดเห็นแก่ตัวมองไม่พ้นตนเอง ไม่สนใจองค์กร ความสำเร็จยิ่งจะห่างไกลออกไปทุกที

การทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง หลายคนอาจมองว่า เป็นอาชีพที่ทำให้รวยได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาสองถึงห้าปี บางท่านอาจจะมองเห็นฉากหน้าอันสวยหรูของผู้สำเร็จ แต่ท่านเคยตั้งคำถามไมว่า วิธีการของความสำเร็จของเขาเหล่านั้น ต้องฝันฝ่าอุปสรรคอันใดมาบ้าง?
หลายๆท่านที่เข้ามาในวงการธุรกิจเครือข่ายขายตรง คาดหวังอย่างสูงว่า ฉันมาทุนแล้วจะต้องได้เงินกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ช่วงแรกขยันชวนคนเก่งมาก ชวนๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วก็ชวน พอเขาตัดสินใจสมัครเข้าร่วมเครือข่ายกับคุณ คุณยิ้มออก เพราะนั้น คือ ค่าแนะนำหรือ sponser bonus นั้นเอง 
แต่ช้าก่อน.....เวลาผ่านไปท่านอาจชวนคนได้น้อยลง จนเกิดอาการท้อใจ รายได้ไม่เกิด แล้วสุดท้ายก็เบื่อแล้วเลิกไป ซ้ำร้ายยังโทษว่าธุรกิจขายตรง ไม่ดี ไม่ได้พาฉันรวยจริงๆหรอก แล้วก็บอกต่อไปอีกเป็นสิบๆคนจนกลายเป็นเรื่อง มองขายตรงในภาพลบไปอีก
นักมือใหม่หัดขายตรงทั้งหลายฟังทางนี้ ในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีแน่นอน ก่อนทำขายตรงมาปรับทัศนคติกันให้ชัดเจนว่า ก่อนเข้ามาทำขายตรงจงอย่าใช้ความโลภนำทางเข้ามา มองเห็นแต่เงินจนไม่เห็นวิธีการหาเงินระยะยาว ช่วงแรกของการทำธุรกิจขายตรงคือ การชวนคนมาขยายเครือข่าย รายได้ดูเป็นกอบเป็นกำจากค่าแนะนำทำให้คุณอาจจะหลงใหลได้ปลื้มจนลืมไปว่า คนที่ท่านชวนมาก็อยากรวย อยากสำเร็จเหมือนท่านเช่นกัน ฉะนั้น หน้าที่ต่อไปของท่านหลังจากชวนคน คือ การสร้างเขาเหล่านั้นให้สามารถขยายองค์กรเป็นเหมือนท่านเช่นกัน
ท่านจะต้องสร้างเขาให้ภาคภูมิใจในศักยภาพตนเองและสามารถดึงศักยภาพตนเองมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ท่านต้องพาเขาเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ที่ทีมหรือบริษัทต่างๆจัดให้ เพื่อจะได้ชวนคนเป็น จัดประชุมเป็น รวมถึงพัฒนาศักยภาพผู้นำ เพื่อให้ดูแลรักษาคนเป็นให้ได้
หากวิเคราะห์กันให้เห็นชัดๆท่านจะพบว่า ความสำเร็จของท่านในการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง แท้ที่จริงคือ ความสำเร์จของทีมงานหรือองค์กรที่ท่านชวนเขามานั้นเอง ฉะนั้นก่อนจะลงมือทำขายตรงท่านต้องถามตนเองก่อนว่า ท่านพร้อมหรือยังที่นำพาทุกคนที่ท่านชวนมาไปสู่ความสำเร็จได้จริงๆ หากยังตอบคำถามนี้ไม่ได้ อย่าคิดแม้แต่จะสมัครเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค


                                       

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คิดแบบmlm ทำแบบซื้อมาขายไป ยังไงละทีนี้?

     ใช้ตะเกียบไปตักน้ำซุป เมื่อไหร่จะได้กิน?

        หลายๆคนชอบบ่นเรื่องของการใช้เครื่องมือแบบผิดๆ ไม่ถูกที่ถูกทาง จนกลายเป็นความผิดพลาดแล้วกลับไปโทษเครื่องมือนั้นว่า ไม่ดีอย่างโน้น ไม่ดีอย่างงี้ แต่แท้ที่จริงแล้วกลับกลายเป็นว่าเราใช้เครื่องมือแบบผิดที่ผิดทางซะเอง
       ปัญหาอย่างหนึ่งที่ผมเห็นได้อย่างชัดเจนเรื่อง การทำขายตรงโดยเฉพาะที่เป็นลักษณะขายตรงแบบหลายชั้น หรือ MLM คือ การมองแบบผิวๆจากภายนอกว่า หากเราขายเก่งๆ มีเงินทุนหนาๆ เราก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จในการทำขายตรง MLM ได้ นักขายตรงมือใหม่พึงระวังอย่าติดกับดักเรื่องนี้ มิฉะนั้นท่านจะสูญทั้งเงินและแรง และเสียทั้งความรู้สึกแบบไม่สามารถนำคืนกลับมาได้
      ความเข้าใจไม่ผิดแต่ใช้ไม่ถูกที่ ที่ใช้ความคิดแบบซื้อมาขายไปหรือซิงเกิล มาใช้กับขายตรงmlm หลายๆอย่าง เช่น ต้องขายของตลอดเวลา ต้องเปิดหน้าร้าน ต้องลงทุนทำสื่อโฆษณาโดยเฉพาะ ป้าย ลงทีวีเคเบิล หรือวารสาร เป็นต้น สิ่งทีกล่าวถึงนี้จะดีมากๆในการทำธุรกิจแบบซิงเกิล แต่หากมาใช้กับการทำขายตรงmlm อาจจะต้องพิจารณากันใหม่ครับ
      อย่าหลงประเด็นนะครับ การทำขายตรงmlm รายได้ที่เป็นหลักจริงๆไม่ได้มาจากการค้าปลีก แต่ที่เป็นกอบเป็นกำ อยากให้โฟกัสคือ รายได้ที่เกิดจากการขยายและบริหารสายงาน เพราะอย่าลืมว่ารายได้จากการขายสินค้า 100 บาทของระบบขายตรงเงิน 20-30 บาทจะถูกจ่ายเป็นค่าเหนื่อยในการทำตลาด หาคน บริหารคน ฉะนั้น หากเราเอารายได้ส่วนนี้ไปทุ่มเทเรื่องสื่อโฆษณา หน้าร้าน มากเกินไป(ตามสูตรการขายแนวซิงเกิล) แล้วเราจะเอาอะไรรับประทานกันละครับพี่น้องงงง
      ปรับทัศนคติจากการทำธุรกิจแบบซิงเกิล มาทำแบบขายตรง mlm เราต้องไปเน้นกระบวนการหาคนและสร้างคนเพื่อส่งผลต่อการขยายองค์กร และบวกกับปลูกฝังวัฒนธรรมการบริโภคซ้ำ สิ่งนี้จะส่งผลต่อความยั่งยืนของรายได้ต่อไป ฉะนั้นเงินที่ได้มาจากทำขายตรง ควรจะเน้นการนำมาใช้ในเรื่องการดูแลคน บริหารคนในองค์กร สร้างระบบให้เขาทำงานเป็น ยกระดับเป็นผู้นำให้ได้ สิ่งนี้จึงจะเป็นการลงทุในแบบขายตรง mlm อย่างถูกจุด
     โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ เพราะสิ่งนี้คือความปรารถนาดีต่อทุกๆท่าน อยากให้ท่านแยกแยะและใช้ความพยายามให้ถูกวิธี ถูกทาง จึงจะเกิดผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  มีเงินเยอะแต่ใช้วิธิผิดเงินก็หมดได้ครับ แล้วจะไม่ได้เสียใจทีหลัง

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คิดทำขายตรงด้วยหัวใจผู้ประกอบการ

        ทำด้วยความจริงจัง จริงใจ ทำให้เป็นเหมือนชีวิตเรา สิ่งนั้นย่อมประเสริฐสุด และสมแล้วที่จะสำเร็จอย่างเต็มภาคภูมิ
     หากท่านตัดสินใจที่จะทำสิ่งใดเพื่อความสำเร็จ อย่าคิดเผื่อ อย่าคิดเล่นๆ อย่าคิดแบบสังสัยอย่างไม่รู้จบ หากมั่นใจแล้วจงอย่างลังเล ทุ่มเทสักตั้ง ทำให้สุดชีวิตเท่าที่มี
      นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย จงอย่าล้อเล่นกับความสำเร็จ หากจะเอาดีทางนี้แล้ว เต็มที่ ใส่เกียร์เดินหน้าอย่างเดียว หักเกียร์ถอยหลังทิ้งซะ 
      เราทนทรมานกับงานบางอย่างใช้เวลา 10 ปี 20ปี หรือมากกว่านั้น เพื่อจะทำอะไรบางอย่างให้ชีวิตคุณดีขึ้น แต่หากมีทางเลือกบางอย่างที่ใช้เวลาน้อยกว่า อาจจะ 2-5 ปี ก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จทำชีวิตให้ดีขึ้นได้ หากเราได้ทุ่มเทกับธุรกิจขายตรงแบบเต็มที่ ด้วยหัวใจของผู้ประกอบการ มาดูกันครับว่า การทำขายตรงด้วยหัวใจผู้ประกอบการ ทำอย่างไร? แบบไหน?

          1.ตอกย้ำตัวเองอยู่เสมอว่า "นี้คือธุรกิจแห่งความรับผิดชอบตัวเอง" ลงทุน วางแผน ดำเนินการ ประเมินผลล้วนแล้วเกิดจากตนเองทั้งสิ้น อย่ามัวแต่โทษแต่คนอื่น
          2.วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลมากกว่า "เงิน" ท่านต้องมองว่า การเข้าสู่วงการขายตรง คือ การพัฒนาตนเองให่สุดยอด และที่วำคัญ คือ นำพาชีวิตคนอื่นให้ดีขึ้นเหมือนกับท่านให้ได้ เปลี่ยนศนคติใหม่ จากที่คิดว่าการไปชวนใครทำขายตรง เพื่อหวังผลประโยชน์จากเขา เป็น ไปให้โอกาสเพื่อทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น มีเงินใช้มากขึ้น รักครอบครัวมากขึ้น
         3.กล้าเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย บางครั้งธุรกิจก็ต้องมีบ้าง แต่ขายตรงความเสี่ยงไม่มากขนาดนั้น แต่บางครั้งก็ต้องตัดสินใจเสี่ยงเพื่อให้ได้สิ่งดีๆกลับมา
         4.กล้าคิดต่าง แม้เราจะเข้าสู่วงการขายตรงที่เต็มไปด้วยบริษัทเปิดใหม่ ผลิตภัณฑ์และแผนการตลาด ที่คล้ายๆกัน แต่ตัวเราเองสามารถที่จะสร้างความต่าง ผ่านระบบที่เราสร้างขึ้นมาเองได้
         5.อึดให้มากพอ ทำแบบนักวิ่งมาราธอน วิ่งไปข้างหน้าอย่าหยุด ทุกๆธุรกิจรวมถึงธุรกิจขายตรง ต้องอาศัยความอึดให้มากเพื่อแลกกับความสำเร็จ โดยเฉพาะช่วง 3-6 เดือนแรก ท่านอาจต้องเผชิญปัญหาหนักอึ้งมากมาย แต่ถ้าผ่านมาได้ท่านจะแกร่งขึ้นและสำเร็จแน่นอน
         6.เรียนรู้ให้มากพอ จริงๆแล้วขายตรงเป็นธุรกิจที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ปัญหาเกิดขึ้นทุกวัน เพราะเป็นอาชีพที่แปรปรวนไปตามอารมณ์คน คิดจะไม่ทำเลิกไปเฉยๆโดยไม่ต้องยื่นใบลาก็ได้ ฉะนั้นท่านจะต้องเรียนรู้พัฒนาตนเองเพื่อรับกับสถานการณ์ต่างๆให้เท่าทัน เรียนรู้มากปัญหาแก้ง่าย เรียนรู้น้อย ยากทุกเรื่อง
         7.ความคิดสร้างสรรค์ สร้างนวตกรรมใหม่ๆ คล้ายๆกับเรื่องความคิดต่าง แต่ท่านจะต้องมีสมองสร้างสรรค์เพื่อคิดหาทางใหม่ๆที่จะหาคน สร้างคน รักษาคนในการทำขายตรงให้ได้ บริษัทมีเป็นพันๆ แต่ต่างกันที่ความคิดสร้างสรรค์
          8.ทำด้วยความกระตือรือร้น เหมือนกับว่า ทุกวันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ทำให้เป็นชีวิตจิตใจ ด้วยความหลงใหลและความรักที่ทุ่มเทให้ทุกอย่าง
         9.จรรยาบรรณและสำนึกรับผิดชอบที่เข้มข้น ข้อนี้ควรจะยึดเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจขายตรง ในสภาวะปัจจุบันการตรวจสอบเป็นเรื่องเป็นวงกว้าง หากท่านทำไม่ดี ผิดจรรยาบรรณ เพียงแค่มีคนโพสในระบบโซเชียลเน็ตเวริ์ค อาชีพของท่านถึงกับจบลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นท่านจะดำเนิการใดๆ เช่น การโฆษณาผลิตภัณฑ์ หาสมาชิก สปอนเซอร์ สร้างองค์กร อย่าลืมที่จะใส่ใจเรื่อง กฎจรรยาบรรณมากๆ
หลักแห่งการทำขายตรงด้วยหัวใจผู้ประกอบการ 9 ข้อเพื่อชีวิตที่ก้าวหน้าในการทำธุรกิจขายตรง ฝากไว้เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนการตัดสินใจที่จะทำธุรกิขายตรงสำหรับนักขายตรงมือใหม่นะครับ 

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค