วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

แชร์ลูกโซ่กับขายตรงต่างกันตรงไหน?



กระแสของแชร์ลูกโซ่ช่วงนี้มาแรงมากๆ แรงจนกลบเกลือนแง่มุมดีๆของธุรกิจเครือข่ายขายตรงจนถึงกับเงิบไปเลยทีเดียว และบางคนที่มีเชื้อไม่ชอบขายตรงอยู่แล้วกลับเหมารวมว่าแชร์ลูกโซ่กับขายตรงคือ เรื่องเดียวกัน วันนี้ผมจะมาไขความกระจ่างเปรียบเทียบกันระหว่าง แชร์ลูกโซ่กับธุรกิจขายตรงแบบถูกกฎหมาย ช๊อตต่อช๊อตกันเลยนะครับ

ธุรกิจเครือข่ายขายตรงถูกกฏหมาย ?


  • จดทะเบียนกับสคบ.ถูกต้องตามกฏหมย เช็คได้ที่นี้
  • บริษัทมีตัวตนจริง / มีอาคารสถานที่มั่งคงถาวร(ไม่ใช่การเช่าชั่วคราวเพื่อพร้อมปิด) / เปิดดำเนินการมานานพอสมควร 3-5 ปีขึ้นไป
  • มีผลิตภัณฑ์ชัดเจนและราคาสมเหตุสมผลไม่แพงจนเกินไป
  • เน้นการซื้อขายกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคและการซื้อซ้ำ
  • รายได้ของนักธุรกิจส่วนใหญ่เกิดจากกำไรค้าปลีกและการบริโภคซ้ำของเครือข่ายผู้บริโภค
  • เติบโตสมเหตุสมผลไม่หวือหวาจนน่าสงสัย


ธุรกิจแชร์ลูกโซ่

  • ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องกับสคบ.
  • บริษัทไม่มีตัวตน / เช่าอาคารชั่วคราวในสภาพพร้อมปิดหนี อาจมีการอ้างว่าบริษัทแม่ที่เมืองนอกกำลังดำเนินการเพื่อมาเปิดดำเนินการในไทย / เปิดดำเนินการมาได้ไม่นานนัก
  • มีผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจน หรืออาจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องไม่ได้ เช่น บัตรสมาชิก,การบริการ ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้เจ้าของบริษัทที่ตั้งใจจะหลอกลวงหลบหลีกได้ง่าย
  • ตั้งราคาผลิตภัณฑ์สูงเกินไปจนผิดปกติ
  • เน้นการหาสมาชิกใหม่ๆ และต้องลงทุนสูง เพื่อนำเงินมาจ่ายคนเก่าที่ชวนกันมา
  • รายได้เกิดจากการขายฝันแบบเกินความจริง และหลอกให้คนใหม่มาลงทุนด้วยความโลภ
  • เติบโตเร็วจนผิดปกติ
เมื่อเข้าใจข้อเปรียบเทียบระหว่างแชร์ลูกโซ่และขายตรงแบบถูกกฎหมายคร่าวๆแบบนี้แล้ว ต่อไปนี้เราคงตัดสินใจที่จะทำธุรกิจขายตรงอย่างเชื่อมั่นและยิ่งมองเห็นมุมดีๆของขายตรงมากขึ้น ผมมักคิดอยู่เสมอว่าขายตรงมีหลักการและปรัชญาที่ยอดเยี่ยมากๆแต่ปัญหา คือ คนจะนำมาใช้ประโยชน์แบบไหน ถ้าดีก็ดีไปแต่ถ้านำมาหลอกลวงคนอื่นผมถือว่าเป็นอาชญากรรมนะครับ ไม่ใช่ขายตรง

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

โรคลืมปรัชญาขายตรง




ชีวิตที่มีแกนเป็นหลักยึด มีจุดยืนที่แน่นอน หากมีอุปสรรคถาโถม ย่อมจะยังยืนหยัดอยู่ได้ แต่หากไร้แกนหลัก แค่เพียงลมปากเบาๆก็พังทลายได้ในพริบตา

ผู้ที่เริ่มเข้าสู่ธุรกิจขายตรงช่วงแรกๆ มักจะถูกปลูกฝังให้เรียนรู้ถึงปรัชญาขายตรงแบบซ้ำแล้ว ซ้ำอีก บางครั้งฟังจนท่องจำได้ขึ้นใจเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆแล้วหลักปรัชญาขายตรงนั้นเป็นไปในแง่ดีมากๆ โดยรวม คือ สื่อไปถึงเรื่องของการรู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือ แชร์ประสบการณ์ และต่อยอด มองความสำเร็จของคนอื่น คือ ความสำเร็จของเรา

ปัจจุบันธุรกิจขายตรงถูกนำมาปรับใช้ในหลากหลายรูปแบบ ในทางดีๆก็มีมากมาย แต่ในทางที่ไม่ดีมีเจตนาบิดเบือนปรัชญาขายตรง เพื่อผลประโยชน์ต่อตนเองก็มี และประเภทหลังกลับเป็นข่าวดังโดยไม่ต้องจ้างออกสื่อ จนทำให้วงการขายตรงถูกมองแบบติดลบลงไปเรื่อยๆ คนประเภทหลังนี้กำลังติกเชื้อโรคที่เรียกว่า "โรคลืมปรัชญาขายตรง" ซึ่งกำลังแพร่อย่างรวดเร็วในวงการขายตรงยุคปัจจุบัน

อาการของคนติดโรคลืมปรัชญาขายตรง มักจะถูกเชื้อแห่งความโลภแทรกซ้อนกัดกินความเมตตา ทำลายการแบ่งปัน มองขายตรงเป็นเพียงเครื่องหลอกลวงสูบเงินจากประชาชนตาดำๆ เชื้อเหล่านี้จะค่อยๆกัดกินระบบขายตรง หากไม่มีวัคซีนหรือยาแก้ที่ดี ขายตรงจะถูกมองแย่ลงเรื่อยๆต่อไป

วัคซีนและยาแก้ที่ดีของขายตรงในมุมมองของผม คือ back to basic การย้อนกลับไปทบทวนปรัชญา แล้วเทียบเคียงสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ว่าตรงกันหรืออยู่ในร่องในรอยของปรัชญาขายตรงมากน้อยเพียงใด และเราเองก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดสู่การทำขายตรงให้ทันยุคทันสมัย และที่สำคัญ คือ มีคุณธรรมเป็นแกน เพื่อให้เกิดการทำขายตรงอย่างยั่งยืนต่อไปอีกด้วย

มือใหม่หัดขายตรงและเราชาวขายตรงทั้งหลายมาร่วมสร้างสังคมดีๆของขายตรง ป้องกันโรคลืมปรัชญาขายตรงกันเถอะ







วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

คุณค่าที่แท้และความสำเร็จของจริง

           เราจะไม่มีวันรู้ว่าเราดีขนาดไหน ไม่ดีขนาดไหนจนกว่าจะมีคนมาบอกกล่าวกับเรา เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้

         ขณะที่เราลงมือทำอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก บางทีเราอาจหลงลืมไปว่า เราเองไม่สามารถที่จะดื้อดึงที่จะเอาแต่ความคิดของตนเองเป็นใหญ่จนมองไม่เห็นความคิดเห็นดีๆของคนอื่น ซึ่งน่าเสียดายมากๆ เพราะเรากำลังทิ้งโอกาสแห่งการต่อยอดความสำเร็จให้ง่ายและเร็วขึ้น

         การยอมรับถึงเรื่องของความแตกต่างและคุณค่าของการเติมเต็ม ไม่มีใครเก่งไปซะทุกเรื่อง ไม่มีใครทำเป็นทุกอย่าง มองให้ลึกถึงคุณค่าของคนอื่นที่มีผลต่อการสร้างสรรค์งานและเติมเต็มคุณค่าของเราอย่างสม่ำเสมอ ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่และครบถ้วน เป็นเรื่องที่ควรทำมากกว่าการเสียเวลาไปจับผิดและดูถูกคนอื่นๆ

       การทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงเป็นหนึ่งในงานที่ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะที่เราเป็นอัพไลน์หรือผู้บริหารองค์กรเราควรระลึกเสมอว่า คุณค่าของทีมงานคืออะไรและเราจะสามารถจะส่งเสริมคุณค่านั้นๆให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างไร? และโปรดระลึกอยู่เสมอว่า ความสำเร็จของเราและความสำเร็จของทีมงานเป็นเรื่องเดียวกัน

      นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายตั้งสติให้ดีและอย่าเผลอที่จะมองเห็นแต่ความดีของคนอื่นจนลืมไปว่าคนอื่นเขาก็มีดีเหมือนกัน และการที่เราได้มอบคุณค่าให้คนอื่นก่อน เขาก็จะมอบคุณค่ากลับคืนมาให้เราได้แบบไม่ต้องร้องขอ และผลที่ตามมาก็คือ ความสำเร็จของจริงนี้เอง

     คุณค่าของเรามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าเราให้คุณค่ากับคนอื่นมากน้อยเพียงใด?

          

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

อย่าให้อุปสรรคในใจทำร้ายเราเอง

        


        อุปสรรคภายในยิ่งใหญ่กว่าอุปสรรคภายนอก หากเรายังข้ามไม่พ้นอุปสรรคภายในออกมาได้ ก็ยากที่จะทำอะไรให้สำเร็จได้

     ในสภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงหรือที่เรียกสั้นๆว่าเศรษฐกิจถดถอย แบบในสภาพปัจจุบันนี้ เงินในกระเป๋าลดน้อยถอยลง ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น หลายคนกลายสภาพเป็นคนหดหู่ ไม่สู้ เฝ้าแต่รอให้โชคชะตาทุบตี ลากถูกไปแบบไร้ทิศทาง
      แม้กระทั่งในแวดวงการทำธุรกิจขายตรงก็โดนกระทบมิใช่น้อย โดนกับแบบทั่วถึงเหมือนกันครับ
      จริงอยู่ว่าสภาพเศรษฐกิจแบบนี้เป็นอุปสรรคกับเรา แต่หากเราลองทบทวนให้ลึกด้วยการตั้งสติจะพบว่า อุปสรรคที่ทำร้ายให้จมลึกไปยิ่งกว่า คือ อุปสรรคที่เราสร้างขึ้นมาเอง ด้วยทัศนคติและความคิดแบบลบๆ เช่น ฉันไม่มีเงิน,ฉันทำไม่ได้หรอก,ฉันว่าฉันแย่แน่ๆ,จะเอาอะไรกิน แนวคิดลบๆเหล่านนี้ละคือ อุปสรรคใหญ่ในใจที่คอยขวางทางให้เราไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าเพื่อความสำเร็จต่อไปได้
     เชื่อเถอะว่ายังมีคนแย่กว่าเราอีกเป็นล้านในโลกนี้ แต่ทำไมเขาก็ยังมีชวิตพร้อมสู่อยู่ได้ หากอยากจะรอดวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้จงตั้งสติและดึงพลังแห่งศักยภาพภายในเพื่อปรับตัวให้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ ผมเชื่อมั่นว่าหากเราอดทน เรียนรู้ ปรับตัว เราจะผ่านตรงนี้ไปได้สู่สิ่งที่ดีกว่าแน่นอน

     เป็นกำลังใจให้ทั้งตัวเองและขายตรงทั้งมือเก่าและมือใหม่ทุกๆท่าน ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ เพื่อข้ามผ่านไปสู่ความสำเร็จดั่งที่ปรารถนาไว้ จงเชื่อมั่นในพลังภายใน จงเชื่อมั่นในเป้าหมายที่ยังชัดเจน และจงเชื่อมั่นในสิ่งที่ดีกว่า

     จงอย่าอนุญาติให้อุปสรรคภายในทำร้ายความหวังและศรัทธาที่มีต่อความสำเร็จของท่าน เพราะตัวท่านเองเท่านั้นคือผู้คุมกฎแห่งความสำเร็จ คุณเท่านั้น !!!!!


 เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค 

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

สงกรานต์นี้เต็มไปด้วยโอกาสและการแบ่งปัน




"โอกาสล่องลอยอยู่รอบตัว อยู่ที่เราจะตั้งใจมองให้เห็นและคว้ามันได้เร็วเพียงใด"

       เผลอแป๊บเดียวก็จะเข้าสู่หน้าเทศกาลอีกแล้ว ยังรู้สึกว่าเทศกาลปีใหม่สากลเพิ่งผ่านไปหยกๆ นี้จะเข้าปีใหม่ไทยสงกรานต์บ้านเราอีกแล้วหรอเนี่ย
      คุยกับคนทำขายตรงหลายท่านบอกว่าช่วงสงกรานต์ คือ ช่วงปราบเซียน คนส่วนใหญ่เก็บเงินไว้กินไว้เที่ยว ยาวไปถึงช่วงพฤษภาคมก็ถึงเวลาเปิดเรียนต้องใช้เงินกับลูกหลานมากมายอีก สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริง แต่ไม่เกินเลยที่จะทำให้เราท้อจนไม่อยากจะทำอะไรต่อไป

      มายาคติจากความรู้สึกว่าข้อมูลเดิมๆ ของทุกๆปีแบบนี้จะทำให้เรามีรายได้ที่ลดน้อยลง มันเหมือนดาบสองคมอยู่ที่ว่าเราจะใช้ข้อมูลนั้นทำอะไร หากเราใช้ข้อมูลเพื่อบั่นทอนตัวเองปีนี้กับปีที่แล้วก็เลยไม่ต่างกัน เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่หากว่าเราลองมองแง่บวกหาข้อดี ใช้ข้อมูลมาแปลงเป็นโอกาสแห่งธุรกิจ โอกาสแห่งการแบ่งปันสิ่งดีๆให้กับญาติพี่น้องเพื่อนฝูงในหน้าเทศกาลบ้าง จะดีไม?

      เรามักมองว่าช่วงหน้าเทศกาลสงกรานต์คนมีเงิน (ไม่ใช่ไม่มีเงินนะครับ) แต่มักใช้เงินไปเรื่องอื่นๆ เช่น กิน เที่ยว เฮฮา แต่เราลืมไปหนึ่งอย่างว่าช่วงสงกรานต์คือช่วงญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงรวมตัวกันได้มากที่สุดในประวัติการณ์ และเป็นช่วงของการมอบสิ่งดีๆให้แก่กันและกัน ยังไงเราเองก็ต้องซื้อของขวัญพิเศษๆให้ญาติผู้ใหญ่อยู่แล้ว แทนที่จะไปซื้อของขวัญที่อื่นๆทำไมไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ดีๆมีคุณภาพของบริษัทขายตรงที่เราทำอยู่ไปมอบให้ท่านละครับ

      อย่าลืมนะครับว่าญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนของเพื่อนฝูงหรือเพื่อนของเพื่อนญาติพี่น้องถือว่าเป็นเครือข่ายที่ยังทรงพลังอยู่ และหากเขาเหล่านั้นได้รับมอบผลิตภัณฑ์ดีๆจากบริษัทของคุณ แน่นอนว่าการบอกต่อจะเป็นไปโดยอัติโนมัติแน่นอน และนั้นคือการต่อยอดธุรกิจของท่านอีกด้วย

      วันหยุดยาวหน้าเทศกาลปีใหม่ไทยวันสงกรานต์ขอให้ทุกท่านมีความสุขและเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย และหากท่านยังเชื่อมั่นประสทิธิภาพการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงอยู่ จงอย่ากังวลกับช่วงเดือนแห่งเทศกาลเพราะหากท่านเข้าใจธรรมชาติของตลาดและพยายามสร้างคุณค่าให้กับตลาดมากขึ้นท่านก็จะได้รับทั้งความสุขและต่อยอดธุรกิจของท่านให้ยั่งยืนยาวนานต่อไป

      สวัสดีปีใหม่ไทย สุขสันต์วันสงกรานต์ล่วงหน้าครับ

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค
     

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

ขยายฐาน เพื่อต่อยอดความสำเร็จ

             ฐานที่มั่นคงแผ่กว้าง ย่อมจะทำให้การต่อยอดทำได้มากขึ้โดยไม่ต้องกังวลว่า เมื่อมีลมพายุพัดกระหน่ำแล้วจะล้มลงมาง่ายๆ

ปรัชญาการทำขายตรงที่มักพูดถึงกันอย่างสม่ำเสมอ คือ "การสร้างเครือข่ายผู้บริโภค" ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนโดยปัจจัยสำคัญ คือ เครือข่ายผู้บริโภคมีการบริโภคซ้ำอย่างต่อเนื่อง มีความจงรักภักดี ผูกพันธ์กับแบรนด์ของสินค้าและบริษัทในระยะยาว ไม่คิดที่จะเปลี่ยนจากไปง่ายๆ
นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย บางครั้งเราอาจกำลังหลงทางไปกับการชวนคนเข้าระบบเครือข่ายขายตรงอย่างเมามัน จนเกิดโครงสร้างของเครือข่ายขายตรงที่ตื่นเต้น เร้าใจ เกิดรายได้อย่างรวดเร็วในระยะแรก ผ่านไปสักพักกับเงียบร้างไร้การเคลื่อนไหว

ค่าแนะนำอาจดูเป็นสิ่งจูงใจในระยะแรกๆ เพราะเห็นเงินเป็นกอบเป็นกำ แต่สิ่งที่จะทำให้เรามีกินมีใช้ที่เป็นเงินประเภทไหลเข้าประเป๋าไม่หยุดหรือ Passive Income แท้ที่จริง คือ การสร้างวัฒนธรรมปลูกจิตสำนึกการบริโภคซ้ำให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะอย่าลืมว่า หากคนในองค์กรของท่านที่ตอนนั้นอาจมีเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้านคน บริโภคสินค้าพร้อมๆกันคนละ 1 ชิ้น คะแนนที่แปรเปลี่ยนเป็นเงินที่ท่านจะได้รับแม้เป็นเงินคนละ 1 บาทแต่มาจากสมาชิกในองค์กรสัก 1 ล้านคน นั่นหมายความว่าท่านได้รับ 1 ล้านบาทในเดือนนั้น และหากสมาชิกในองค์กรของท่านซื้อซ้ำทุกเดือน นั่นก็หมายความว่าท่านได้เดือนละ 1 ล้านบาทจริงไมครับ?

การทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง บางทีเราอาจต้องหวนกลับมาสู่เรื่องพื้นฐาน กับการรณรงค์สร้างวัฒนธรรมการซื้อซ้ำ ด้วยความภาคภูมิใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นบริษัทที่ท่านทำอยู่ ท่านอาจต้องปลูกฝังให้ทีมงานได้ซาบซึ้งถึงขนาดว่า ตอนแปรงฟัน สระผม ซักผ้า ในหัวเต็มไปด้วยความหวัง ความฝันของรายได้และชีวิตที่มีอิสรภาพมากขึ้น ด้วยสินค้า แผนการตลาด และระบบของบริษัทที่ท่านทำอยู่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จได้

ตราบใดที่ฐานยังแคบ ท่านจะต่อยอดขึ้นไปสูงได้มากสักเท่าไหร่?

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รักษาองค์กรด้วยภาวะผู้นำ

หากไม่ใช่ผู้นำ นั่นไม่ใช่ของจริง และไม่แปลกว่าทำไมคนถึงไม่อยากอยู่กับเรานานๆ

       เคยได้ยินวลีเด็ดติดหูอยู่สำนวนหนึ่งว่า "การเป็นแชมป์มันยาก แต่การรักษาแชมป์นี่สิ มันยากกว่า" ย้อนกลับมาทบทวนการทำงานในแวดวงธุรกิจเครือข่ายขายตรงที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
      
     กระบวนการทำธุรกิจขายตรง เริ่มต้นด้วยการชวนคน โดยเฉพาะแผนธุรกิจแบบไบนารี่ การขายอย่างเดียวไม่อาจทำให้สำเร็จได้ในเวลาสั้นๆแต่สิ่งที่ต้องทำคู่คู่กันไป คือ การขยายหรือการชวนคนเข้าสู่เครือข่ายของเรา เพื่อสร้างระบบผ่อนแรงระยะยาว นำสู่การมีรายได้แบบไม่มีหยุดหรือ passive income ในระยะยาวต่อไป

        การชวนคนเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายขายตรง หากผ่านการฝึกฝนและทำอย่างสม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่ไม่ยากนัก รายได้จากการชวนคนหรือSponser Bonus มักมองเห็นเป็นกอบเป็นเป็นกำชัดเจนในช่วงแรก จนหลายท่านอาจติดกับดักหลงระเริงมองข้ามเรื่องรายได้ช่องทางอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยในช่วงแรกๆแต่ในระยะยาวมีผลทำให้เกิดอิสรภาพทางการเงินได้อย่างแท้จริง

      รายได้ในส่วนที่กล่าวถึงข้างต้น คือ รายได้จากการสร้างทีมงาน สร้างองค์กรให้เติบโต และรักษาองค์กรให้อยู่กับเรานานๆ ซึ่งต้องอาศัยภาวะที่สำคัญที่เรามักมองข้ามกันไป คือ ภาวะผู้นำ

     ภาวะผู้นำจะผลักดันให้ท่านต้องเรียนรู้ตลอดเวลา พัฒนาตนเองทุกด้านทั้งเรื่องความคิด ทักษะการสื่อสาร ทักษะการจูงใจ ทักษะการพูดในที่ชุมชน ทักษะการครองใจคน ทักษะการบริหารจัดการคน รวมถึงการยึดคุณธรรมและจริยธรรมเป็นแกนกลางและภาวะผู้นำจะทำให้ท่าน เข้าใจว่า การสร้างความสำเร็จให้กับคนที่อยากสำเร็จจริงๆในองค์กร นั่นละคือ ความสำเร็จของเราอย่างแท้จริง

    นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย ต่อไปนี้หากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้นำในองค์กรเดินจากเราไป อย่ามัวแต่นั่งเสียใจ เสียดายแล้วโทษแต่คนอื่น ได้โปรดหันมามองตัวเองแล้ย้อนกลับมาถามตัวเองดังๆว่า "เราดีพอหรือยัง? เรารู้มากพอหรือยัง? เราเก่งพอหรือยัง? และเรามีภาวะผู้นำที่ดีพอหรือยัง? ถ้ายังตอบว่าไมดีพอ หรือ ไม่รู้คำตอบเหล่านี้ อย่าเสียใจอีกต่อไปเลย เอาเวลาแบบนั้นมาพัฒนาตัวเองให้มีภาวะผู้นำที่ดีเพื่อรักษาองค์กรให้อยู่กับเรานานๆจะดีกว่าไม?

    เมื่อเหตุการณ์ใดๆได้เกิดขึ้นในโลกใบนี้แล้ว อย่าลืมว่าเรา คือ หนึ่งในคนที่จะทำให้เหตุการณ์นี้ดีหรือเลวร้ายขึ้น คือ เราเอง และผู้ที่มีภาวะผู้นำมักจะลุกขึ้นมารับผิดชอบก่อนใคร
    
เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค