วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อยากสำเร็จต้องฟังให้เป็น

คำกล่าวโบราณ กล่าวไว้ว่า ปากมีปากเดียว หูมีสองหู แต่ใยมนุษย์ถึงพูดมากกว่าฟัง
     ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การงาน ครอบครัวหรือการเมืองระดับประเทศ หากท่านสังเกตุให้ลึกแต่ละปัญหานั้นๆจะพบว่า เกิดจากแต่ละฝ่ายอยากจะพูดแต่ในเรื่องของตนเองจนไม่ฟังเรื่องของคนอื่น จริงไม?
      นักขายตรงมือใหม่อย่างเราๆท่านๆ อาจจะกำลังฝึกฝนเรื่องการพูด ฝึกการเป็นวิทยากร พิธีกร บางท่านใช้ค่าใช้จ่ายเรื่องนี้ไปเยอะมาก ฝึกจนตนเองเก่งกล้าสามารถพูดได้แบบมืออาชีพ แต่สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไปเหมือนกับการมองเหรียญเพียงด้านเดียวตลอดเวลา คือ การฝึกฝนการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ
    กูรูนักพูดได้เคยกล่าวว่า " หากท่านยังฟังไม่เป็น อย่าฝันที่จะพูดได้ดี"  หากฟังก็ต้องฟังให้ได้ยินนั้นเอง นั้นหมายความว่า การฟังที่มีประสิทธิภาพจะทำให้คุณเข้าใจผู้พูดมากขึ้น และเมื่อคุณแปรเปลี่ยนเป็นผู้พูดย่อมจะพูดในเรื่องที่ผู้ฟังอยากฟัง ตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
   การทำขายตรงแบบดั้งเดิมมักปลูกฝังให้ show the plan share the product หรือ เห็นหน้าผู้มุ่งหวังไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงเขียนแผนกลมๆ แชร์ประสบกาณ์สินค้าทันที แบบแผนนี้มักสร้างความน่าเบื่อให้กับผู้มุ่งหวังยุคใหม่ นักขายตรงมือใหม่หากอยากประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้อย่างจริงจัง ต้องมาปรับทัศนคติใหม่จาก เข้าหาผู้มุ่งหวังเพื่อพูดอย่างเดียว เข้าไปฟังก่อน โดยหลักการฟังให้ได้เรื่องมีดังนี้
     - เปิดใจตนเองให้กว้าง ตั้งสติเพื่อจะฟังให้ดี
     - จับประเด็นให้ได้ว่า ความต้องการจริงๆของผู้มุ่งหวัง คืออะไร?
     - โต้ตอบแสดงความสนใจในเรื่องที่ผู้มุ่งหวังพูดบ้างพอประมาณ
     - คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ประมวลผล เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดให้กับผู้มุ่งหวัง
       นักขายตรงมือใหม่ อย่างเราๆเมื่อตั้งใจฟังตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ท่านย่อมจะเลือกคำพูดที่ดีที่สุดส่งผ่านไปยังพูดมุ่งหวังโดยใช้เวลาไม่มากนัก และสุดท้ายนำไปสู่การปิดการขายอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
       เขื่อเถอะครับว่า คนที่พูดก็อยากให้มีคนฟัง พูดแต่ไม่มีคนฟังย่อมไม่มีความหมาย ต่อไปนี้นักขายตรงมือใหม่อยากเป็นนักพูดที่ดี ต้องฝึกเรื่องการฟังที่ดี ฟังให้ได้ยิน เพื่อความสำเร็จอย่างแท้จริง

หากอยากใหญ่ ต้องใส่ใจการฟัง

เขียนโดย
ภาสกร ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค
    

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

มองตน พัฒนาตน ความสำเร็จเกิดแก่ตนแน่นอน

       ความสำเร็จที่แท้ คือ การมองให้ลึกไปในตน และกล้าที่จะยอมรับในความบกพร่อง กล้าที่จะบอกว่า ตนเองไม่รู้อะไร เพื่อจะได้ต่อเติมในส่วนที่ขาดได้
      
      นักธุรกิจเครือข่ายขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย พึงระลึกเสมอว่า ทุกคนปรารถนาความสำเร็จ ความสำเร็จช่างหอมหวาน น่าสัมผัส แต่กว่าจะไปถึงขนาดนั้นรู้หรือไม่ว่า เราจะต้องใช้ปัจจัยอะไรบ้าง?
      เรามักมองแต่เรื่องที่ไกลจากตัวเอง โทษฟ้า เทวดา อากาศ ดวง สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ควบคุมได้ยาก แต่ลืมมองให้ลึกมายังเรื่องที่ควบได้ดีกว่า นั้นคือ เรื่องของตนเอง
     ความสำเร็จ เริ่มจากเราปรารถนาเอง เราลงมือเอง เราแสวงหาเอง เราเองทั้งนั้น แต่เมื่อผิดพลาดคลาดความหวังขึ้นมา มักมองไปที่เรื่องอื่นที่ไม่ใช่ตน ทำไม?
     นักขายตรงมือใหม่อย่างเรา ควรจะปรับทัศนคติแบบ360องศา สร้างความเข้าใจให้กระจ่างว่า การพัฒนาตนเองในแง่ต่างๆ เช่น พัฒนาทักษะวิธีคิด,การพูดในที่ประชุม,การถ่ายทอดและการนำเสนอ,การบริหารคน, ฯลฯ ยิ่งเราพัฒนาตนเองมากเพียงใด เราจึงจะมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น คุณค่าที่มีมากขึ้นจะทำให้คนมองเห็นและมั่นใจ คนที่มีคุณค่ามากพอย่อมจะทำให้คนอยากเข้าใกล้ บางครั้งเราแทบไม่ต้องเอ่ยปากชวนทำธุรกิจกับเขา เขาจะขอสมัครกับเราเอง
    การเติมคุณค่าตน ย่อมไม่ได้หมายความว่า ไปดูถูกคุณค่าคนอื่น คุณค่าตนยิ่งจะเท่าทวีคูณมากขึ้น หากว่าเราเชิดชูคุณค่าของคนอื่น

    จงเติมคุณค่าของตนแบบไม่รู้จบ แล้วความสำเร็จจะวิ่งหาคุณทุกวัน

เขียนโดย
ภาสกร ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

3 ข้อพึงระลึกสำหรับมือใหม่หัดขายตรง

     คนส่วนใหญ่มองความสำเร็จเรื่องการทำขายตรง เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่หารู้ไม่ว่า นั้นเป็นเพียงปรากฎการณ์ที่เราคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป จนทำให้มองไม่เห็นความจริง
     ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย ทุกอย่างย่อมต้องมีการลงทุน ไม่ลงทุนแรง ก็ลงทุนเวลา ไม่ลงทุนเวลา ก็ลงทุนเงิน ไม่ลงทุนเงิน ก็ลงทุนความรู้สึก ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง หรือไม่ก็ต้องลงทุนทุกอย่าง
       การทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงในแบบฉบับมือใหม่แบบเราๆ ท่านๆ ก็ย่อมต้องมีการลงทุนทุกสิ่งทุกอย่าง และสิ่งที่อยากจะฝากไว้ในหัวใจของนักมือใหม่ขายตรงแต่ละท่านมี 3 ข้อหลักๆดังนี่
      1. เข้าใจให้ถ่องแท้ - ก่อนจะลงมือทำขายตรง เราควรจะมีการศึกษาให้ถ่องแท้ถึงแนวคิด,วิธีการที่ถูกต้องของการทำธุรกิจขายตรง ปรับทัศนคติเรื่องการมองขายตรงแบบการช่วยคนอื่นสำเร็จ คือ ความสำเร็จของเรา เข้าใจให้ชัดว่านี้ คือ ธุรกิจของตนเอง เรียนรู้ถึงวิธีคิดแบบผู้ประกอบการจริงๆ
     2. ลงมือทำ - เมื่อศึกษาให้เข้าใจแล้วอย่าลืมที่จะลงมือทำทันที ทำทุกที ทำทุกเวลา หัดเป็นนักฉวยโอกาสให้เป็น อย่ารอแต่โอกาสวิ่งมาหส เราต้องสร้างโอกาสขึ้นมาให้เป็น หากเรียนรู้ เข้าใจ แต่ปราศจากการลงมือทำ ย่อมจะยังไม่เกิดการเี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้นแน่นอน
    3. อดทนให้มากพอ - นักขายตรงมือใหม่ มักมีปัญหาในช่วงแรกๆโดยเฉพาะ 3-6 เดือนแรก ซึ่งถือว่าเป็นช่วงฝึกงานของขายตรง นักขายตรงมืิใหม่เมื่อเจออุปสรรคมักถือเป็นเรื่องใหญ่ อาจเกิดอาการท้อแท้ หากแก้ไขไม่ทันอาจจะเลิกทำไปเลยทีเดียว ฉะนั้นเมื่อเกิดอาการท้อแท้ พยายามหากำลังใจจากแหล่งต่างๆไม่ว่าจะเป็น จากผู้แนะนำ หนังสือ ซีดี หรือเมื่อเกิดปัญหาเกิดอาการท้อแท้ ให้พยายามท่องคาถา อดทนๆๆๆๆๆๆ แล้วนึกถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ นึกถึงคนที่เรารัก ที่เราจะมอบความสำเร็จให้ เพื่อเป็นกำลังใจให้เรา และสิ่งสำคัญที่จะเสริมสร้างกำลังใจอย่างดี คือ การเข้าคอร์สฝึกอบรม จะทำให้ท่านได้พบกับผู้คนหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางคนดูแย่กว่าท่านอีกเขายังสู้ฝ่าฝันสำเร็จได้

3 หลักสำคัญนี้จะเป็นหลักยึดที่สำคัญที่จะนำพานักขายตรงมือใหม่อย่างเราไปถึงจุดหมายได้อย่างแท้จริง
อย่าเพิ่งเชื่อผม จนกว่าจะทำจริงจังดูสักตั้ง

เขียนโดย
ภาสกร. ผุยพงษ์
รองประธานกรรมการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค



วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อ่านแผนที่ให้ออก ก่อนออกเดินทาง

อ่านแผนที่ยังไม่ออก ยังกล้าออกเดินทาง นี่มันคนตาบอดชัดๆ
     เมื่อท่านจะออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง โดยเฉพาะที่ที่ไม่คุ้นเคย ท่านจะเสี่ยงดุ่มเดินไปโดยไม่เปิดแผนที่ดู นั้นมันเสี่ยงเกินไปที่จะรับได้ 
     
มือใหม่หัดขายตรงอย่างเราๆท่านๆ ฟังทางนี้ครับ อย่าเพิ่งหลงเชื่อกับพลังแห่งการโมติเวตแบบแรงแรงส์ เมือฟังเสร็จแล้วกรุณาถามหาแผนที่ความสำเร็จจากผู้ประสบความสำเร็จหรือวิทยากรที่กำลังถ่ายถอดให้ท่านฟังอยู่ และเมื่อๆด้แผนที่มาแล้ว กรุณาอย่าพับเก็บไว้กับที่ ควรที่จะศึกษาแผนที่นั้นๆให้กระจ่างแจ้งมากพอ มากพอที่จะสร้างความมั่นใจว่า
   - แผนที่นี้เป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่จะเดินทางสู่ความสำเร็จได้?
   - แผนที่นี้มีเครื่องมืออะไรที่อยู่ระหว่างทางที่จะช่วยสนับสนุนความสำเร็จนี้ได้? 
   - เวลาเกิดผิดพลาดขึ้นในระหว่างเดินทางมีผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาเสนอแนะเราหรือไม่?
   - แผนที่นี้ง่ายเพียงใดที่จะสื่อสารต่อ บอกต่อกับผู้ที่เดินตามหลังเรามาได้
    เหล่านี้คือปัจจัยเบื้องต้นที่จะใช้ในการพิจารณาแผนที่แห่งความสำเร็จก่อนออกเดิน หากท่านศึกษาแล้วยังไม่แน่ใจให้สอบถามหาข้อมูลจนกระจ่าง ผมย้ำนะครับว่า ถ้าไม่แน่ใจ ไม่เข้าใจแผนที่ อย่าออกเดินทางเป็นอันขาด 

    อ่านแผนที่ให้ออก บอกคนอื่นให้ได้ ความสำเร็จไปอีกไม่ไกล คุณทำได้แน่นอน Yessssssss

เขียนโดย
ภาสกร. ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โมติเวตหรือโมติว๊าก?

                     

      แค่เสียงดังกับบรรยากาศเป็นใจ บวกพลังแห่งจิตวิทยาฝูงชน นั้นยังไม่มากพอที่จะเป็นเชื้อเพลิงให้ท่านก้าวไปสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง
      นักธุรกิจเครือข่ายขายตรงมือใหม่หัดขับ อย่างเราๆท่านๆอาจกำลังตื่นเต้นกับพลังแห่งเสียงโมติเวตและบรรยากาศ เร้าให้ขนลุกซู่ตบมือกันจนมือแทบแตก จนท่านอินกับสิ่งนี้ชนิดที่ว่าได้รับเงินล้าน ณ บัดนั้นแล้ว แต่ช้าก่อน......
        การโมติเวตหรือการสร้างบรรยากาศปลุกเร้าให้เราอยากจะร่วมธุรกิจพันล้าน หมื่นล้าน(ตามแรงโมติเวต เขามักว่าอย่างงั้น) เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของงานขายตรง แต่เมื่อท่านมองลึกลงไปโดยใช้วิจารณญาณสัมผัสถึงความเป็นจริง ท่านจะพบบางอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งผมมีข้อสังเกตต่างๆดังนี้
     - การโมติเวตในวงการขายตรง มักเชิญผู้นำที่ประสบความสำเร็จในบริษัทนั้นๆมาเร้าโลมอารมณ์ของคุณ ด้วยสิ่งที่เข้าทำได้ เงินล้าน รถกี่คัน บ้านกี่หลัง โชว์รายได้ให้เห็นกันจะๆแบบไม่เกรงกลัวสรรพากร (อย่างหลังต้องระวังนะคร้าบบบ) สังเกตดีๆว่า เขาจะพูดเรื่องตัวเองซะส่วนใหญ่ จนเราคล้อยตาม คล้ายกับว่า วิญญาณของเขามาสิงร่างเราในตอนนั้น ได้สติคืนมา มักลืมไปว่า แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดีหนอ?
     - การโมติเวตที่ใช้การผสมผสานที่เรียกว่า การใช้บรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็น แสง สี เสียง หน้าม้า หน้าแมว มันทำให้คุณอยากควักกระเป๋าจ่ายตังค์แบบไม่รู้ตัว พยายามแยกแยะดีๆใช้สติปัญญารับฟังดีๆครับก่อนจะตัดสินใจ
     - การโมติเวตในวงการขายตรง เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ต้องใช้เรื่อยๆไม่ว่าจะตั้งแต่การจัดประชุมเปิดใจ,ในคอร์สต่อเนื่องหรือเมื่อใดที่ทีมงานเริ่มหมดกำลังใจ นักขายตรงมือใหม่อย่างเราๆท่านๆช่วงทำแรกๆ มักมองขายตรงแบบเลิศหรู(อาจจะเป็นเพราะแรงโมติเวตอย่างบ้าคลั่ง) จนลืมว่าในความเป็นจริงไม่มีอะไร เป็นไปตามความคาดหวังทุกอย่าง เผื่อใจไว้บ้าง เปิดใจกว้างๆ เมื่อผิดพลาดพยายามเรียนรู้และปรับปรุงจนตนเองสำเร็จให้ได้

   ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้มีเจตนาจงเกลียดจงชัง การโมติเวตนะครับ แต่ผมเห็นด้วยว่าโมติเวตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ ผมฝันอยากเห็นการโมติเวตแบบของแท้ๆ ที่เจือไปด้วยความจริงใจ เป็นไปได้ มีกลยุทธ์ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน มีการทำวิจัยซะบ้างว่าคนฟังเขาอยากฟังอะไร มิใช้พูดแต่เรื่องของตนเอง

  ตราบเท่าที่มนุษย์ยังมีจิตใจ การโมติเวตให้มนุษย์รู้ถึงคุณค่าตนและคนอื่นยังมีความจำเป็นอย่างขาดไม่ได้ แต่หากการโมติเวตถูกเจือไว้ด้วยความโลภ เห็นแก่ตัว ผมจะขอเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การโมติว๊าก มากกว่า จริงไมครับ?

ปล.คราวหน้าผมจะเขียนถึง การโมติเวตตัวเอง แล้วเจอกันครับ
เขียนโดย
ภาสกร. ผุยพงษ์
รองประธานกรรมการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค


วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

นักขายตรงมือใหม่หาแรงบันดาลใจไร้ขอบเขต

       แรงบันดาลใจคือสิ่งสำคัญในการจะสร้างหรือลงมือทำอะไรสักอย่่างเพื่อความสำเร็จจริงๆ แรงบันดาลใจอาจจะหาได้ไม่ยาก แต่จะรักษาแรงบันดาลใจไว้อยู่กับเรานานๆเป็นเรื่องที่ยากนัก

     คนเราจะทำงานอะไรสักอย่างมีองค์ประกอบมากมายที่จะส่งเสริมความสำเร็จ หนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะลงมือทำมักจะมีคำว่า " แรงบันดาลใจเสมอ"  
    แรงบันดาลใจอาจจะเป็นบุคคล สิ่งของ หรือบรรยากาศ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่บวกๆกันแล้วจะเป็นแรงส่งหนุนนำให้เกิดแรงบันดาลใจขึ้น
   
     วกมาถึงเรื่องการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงสำหรับนักขายตรงมือใหม่อย่างเราๆท่านๆ มักพบว่าแรงบันดาลใจที่นำพาทุกท่านเข้าสู่วงการ มักมาจากผู้ประสบความสำเร็จที่ประกาศก้องอยู่บนเวที นั่นก็หมายความว่า ท่านมาด้วยความหวัง หวังเรื่องรายได้ หวังเรื่องชื่อเสียงเกียรติยศ แต่แรงบันดาลใจเพียงเท่านี้ผมมองว่ายังไม่มากพอที่จะทำให้คุณอดทนต่ออุปสรรคต่างๆเพื่อจะข้ามพ้นไปสู่ความสำเร็จจริงๆได้ 

      ผมสังเกตว่า นักธุรกิจขายตรงที่ประสบความสำเร็จจริงๆ นอกจากเรื่องเงินๆทองๆหรือเกียรติยศที่คนทั่วๆไปเขาปรารถนา มากไปกว่านั้น เขามองไปถึงเรื่อง ความสุขของการได้ลงมือทำซึ่งผมมองว่าสิ่งเหล่านี้ตีค่าเป็นเงินได้ยากมาก มันเป็นเหมือนการใช้งานเติมเต็มคุณค่าให้กับชีวิตตนเองมากกว่า ทำให้ผมนึกถึงคำท่านพุทธทาสที่ท่านเคยกล่าวไว้ เรื่องของการทำงานเพื่องานที่ว่า " ถ้าทำงานเพื่อเงินรอให้ได้เงินถึงจะมีความสุข แต่ถ้าทำงานเพื่องาน แค่ลงมือทำก็มีความสุขแล้ว"

     นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย หากท่านค้นพบแรงบันดาลใจที่จะส่งให้ท่านเข้ามาสู่วงการขายตรงแล้ว จงอย่าลืมทะนุถนอมแรงบันดาลใจให้อยู่กับเรานานๆ โดยการลงมือทำด้วยความสุขที่ได้ทำ สุขที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ดีๆเรื่อง สุขภาพ รายได้ สังคมดีๆ มิตรภาพดีๆที่คุุณได้รับจากการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง

     แรงบันดาลใจที่เริ่มต้นจากการที่คิดจะให้ เรายิ่งจะได้เกินความคาดหมาย ขอแรงบันดาลใจดีๆจงอยู่คู่คุณตลอดไป

เขียนโดย
ภาสกร. ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค




วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เตรียมตัวก่อนสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง

       หลายคนมองเพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะสำเร็จ ทำอย่างไรถึงจะรวย แปลก...ไม่ค่อยมองไปถึงเรื่อง เมื่อสำเร็จแล้ว รวยแล้วจะทำอย่างไรต่อ ทำอย่างกับว่าจะไม่รวย ยังไงก็ยังงั้น...
        
      ความสำเร็จอันหวมหวน คล้ายกับดอกไม้ที่ทุกคนปรารถนา แต่อาจหลงลืมไปว่าความหอมนั้นมีอยู่เพียงไม่นาน เปรียบกับ ความสำเร็จของนักธุรกิจเครือข่ายขายตรงเช่นกัน
    
       นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายฟังทางนี้....

      หากท่านจะหาวิถีทางสู่ความสำเร็จ บทความชิ้นนี้ไม่มีให้แต่หากท่านถามว่า สำเร็จแล้วไปไงต่อ ท่านมาถูกทางแล้ว

      ภาพความสำเร็จที่รับรายได้เป็นล้าน มีรถหรูๆขับ มีแต่คนปรบมือ แซ่ซ้องด้วยคำชื่นชม ไปที่ไหนก็มีแต่คนต้อนรับอยากใกล้ชิด อยากจับมือกับผู้สำเร็จ เป็นภาพที่เรามักพบเห็นจนชิ้นตากับความสำเร็จในขายตรงบริษัทต่างๆ สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นอดีตเมื่อเวลาผ่านพ้นไป ผู้ประสบความสำเร็จบางคนก็อยู่รอดปลอดภัยด้วนระบบบริหารจัดการ ด้านการเงิน ด้านการใช้ชีวิต มีเงินงอกเงยเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ด้วยเครือข่ายคุณภาพดีที่เขาใช้ใจเป็นเดิมพัน แต่บางคนไม่อย่างนั้น หลงติดกับวัตถุ ถลำลึกไปสู่ความโลภ เงินที่หาได้อย่างรวดเร็วกลับอัตรธานหายหวับไปกับตาในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งที่จะได้ยินจากปากของบุคคลประเภทหลังนี้ คือ การพร่ำเพ้อถึง ความสำเร็จเดิมๆ ชนิดที่ว่า เงินเคยได้เป็นสิบๆ ร้อยๆล้าน มีรถหรู บ้านใหม่ ใต้องค์กรมีคนเป็นหมื่นเป็นแสน แต่พอมาบริษัทใหม่ เหลี่ยวหาใครก็ไม่มีใครตามมา สุดท้ายก็มีเพียง "ลมที่หลุดออกมาจากปากแล้วก็หายไปในสายลม"

     ต้องขอบคุณบุคคลประเภทหลังที่ผมกล่าวถึง เขาเป็นครูให้ผมได้อย่างดี ต่อการคิดต่อในเรื่องที่ว่า "ความสำเร็จเดิมๆ กับวิธีการเดิมๆ บางอย่างอาจจะใช้ไม่ได้กับ กาลเวลาที่เปลี่ยนไป" ลองวิเคราะห์ปัจจัยให้ลึกลงไปว่า บริบทต่างๆในตอนที่คุณสำเร็จ เช่น ความสดใหม่ของเรื่องขายตรง,กฎหมายขายตรง,ความเข้าใจเรื่องขายตรง และอื่นๆอีกมากมาย สมัยนั้นกับสมัยนี้ย่อมต่างกันมากโข เพราะฉะนั้นผมย้ำอีกครั้งว่า คุณไม่มีทางที่จะทำแบบเดิมแล้วสำเร็จซ้ำเหมือนเดิมอีกได้

    เราวกไปเรื่องวิธีการแห่งความสำเร็จมากพอแล้ว  คร่าวนี้เรามามุ่งประเด็น เรื่อง เมือ่เราประสบความสำเร็จแล้ว จะไปยังไงต่อ? ที่คิดแบบนี้เพราะว่าตอนนี้เราข้ามพ้นเรื่อง ลงมือทำเพื่อความสำเร็จแต่แรกแล้วนะครับ ถ้ายังคิดว่าลงมือทำแล้วไม่สำเร็จอย่าลงมือทำตั้งแต่เริ่มต้นเลยดีกว่าครับ...เสียเวลาเปล่า

     การรักษาแชมป์หรือการรักษาความสำเร็จให้มีความต่อเนื่องนั้นเป็นเรื่องที่เราควรจะคิดไปพร้อมกับ การวางแผนวิธีการสู่ความสำเร็จ ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยคงความสำเร็จให้อยู่ได้ตราบนานเท่านานมีดังนี้

 @ ระลึกเสมอว่าความสำเร็จเป็นเพียงสิ่งที่ถูกสมมติขึ้นมา ความสำเร็จแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ตามความพอใจ จงวางความสำเร็จบนความพอใจในความพอเพียง 
@ คุณธรม ความรัก และศรัทธาเท่านั้นที่ความสำเร็จอยากจะคบหาเป็นเพื่อนตายตลอดเป็น สำรวจตนเองตลอดเวลาว่า 3 สิ่งนี้เราพร่องไปหรือเปล่า ถ้าพร่องรีบเติม ก่อนความสำเร็จจะจากคุณไป
@ ทำแบบเดิม ความสำเร็จเดิมๆ บางอย่างไม่อาจสามารถใช้กับความสำเร็จที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ได้ ดังนั้นคุณควรจะแสวงหาวิธีการใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆมาใช้ในการทำธุรกิจขายตรงบ่้าง
@ อย่าทำเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ หวงรายได้ที่เกิดจากความสำเร็จเอาไว้ไม่นำไปทำให้เกิดการงอกเงย บางทีเราอาจต้องไปศึกษาช่องทางการลงทุนอื้นๆเพิ่มเติมไว้ เช่น ลงทุนในกองทุนต่างๆ ลงทุนในหุ้น ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การะจายความเสี่ยงออกไป ดังเช่นที่เคยได้ยินมาว่า อย่าเก็บไข่หลายๆใบไว้ในตระกล้าใบเดียว
@ ความสำเร็จ ย่อมอยู่กับผู้เข้าใจความสำเร็จอย่างแท้จริง แต่หากไม่รู้เรื่องความสำเร็จ แล้วไปอวดรู้และนำไปอวดอ้างต่อ ความสำเร็จจะเล่นงานคุณจนอ่วมเลยทีเดียว ฉะนั้นจงทำตัวเป็นแก้วว่างเสมอ ศึกษาเรียนรู้ในเรื่องของการพัฒนาความคิดที่ถูกต้องในการทำธุรกิจขายตรงอย่างไรจึงจะรักษาความสำเร็จไว้ได้ จงลงทุนกับความรู้ให้มาก เช่น การเข้าสัมนา ซื้อหนังสือ ซีดี แล้วความรู้นั้นจะย้อนกลับมารักษาความสำเร็จให้อยู่กับเราตราบนานเท่านาน

เป็นแชมป์ว่ายาก แต่การรักษาแชมป์ยากกว่า สำเร็จแล้วว่าแน่ แต่รักษาความสำเร็จได้ยาวนาน นั่นคือ แน่กว่า

เขียนโดย
ภาสกร ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค