วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทบทวนแล้วก้าวไป นักขายตรงมือใหม่หัวใจไม่ย่อท้อ

     ถ้าเปรียบวันเวลาเหมือนกระแสน้ำ เราคงต้องเรียนรู้กับกระแสน้ำให้มากขึ้น เพราะถึงจุดที่เรายืนเป็นจุดเดิม แต่อย่าลืมว่ากระแสนำ้ คือ เรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เพลอแป็บเดียววันเวลาผ่านไปเกือบๆอีกหนึ่งปี ช่วงเดือนสุดท้ายของปีผมมองว่าเป็นช่วงเวลาดีๆที่เปิดโอกาสให้เราได้ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ซึ่งอาจพบพานกับเรื่องที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง สิ่งเหล่านี้นับว่ามีค่าทั้งนั้นถ้าเรามองเห็นคุณค่าของมันจริงๆ

นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย หากเราได้ลงมือทำสิ่งใดๆลงไปแล้ว จงระลึกเสมอว่า สิ่งเหล่านั้นไม่มีวันสูญเปล่า หากเราได้มีเวลามานั่งทบทวนว่าสิ่งที่ทำมันส่งผลในความสำเร็จมากน้อยขนาดไหน หากสิ่งใดที่ยิ่งทำยิ่งพาตนไปสู่ความเสื่อมก็ขอจงถอยมาไต่ตรองและตั้งเป้าว่าเราจะปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ให้ดีขึ้นในปีถัดไป แต่หากสิ่งใดที่เราแล้วดี ก็จงอย่างหยุดทนงในคำว่า ดี เพราะยังมีสิ่งที่ ดีกว่ารออยู่ข้างหน้า อย่าประมาท

หากทบทวนแล้ว ตั้งใจที่จะเติมสิ่งด้อย เสริมส่วนดีให้ดีกว่าเก่า ท่านจะไม่เสียดายเวลาเลย หากปีหน้าเดินทางมาถึง จริงไม?
    
       เป็นกำลังใจให้นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายได้ก้าวต่อไปด้วยหัวใจอันเข้มแข็ง จากการหล่อหลอมผ่านคืนวันนับเป็นปีที่ผ่านมา สู้ตราบเท่าที่เรายังมีพลังแห่งความศรัทธาแบบไม่รู้จบต่ออาชีพเครือข่ายขายตรงตลอดไป

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค


วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ความสำเร็จของเรา = ความสำเร็จขององค์กร

ความสำเร็จของเรา = ความสำเร็จขององค์กร
ความสำเร็จของการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง แท้จริงมาจากการสร้างความสำเร็จให้กับคนใต้องค์กร หากคิดเห็นแก่ตัวมองไม่พ้นตนเอง ไม่สนใจองค์กร ความสำเร็จยิ่งจะห่างไกลออกไปทุกที

การทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง หลายคนอาจมองว่า เป็นอาชีพที่ทำให้รวยได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาสองถึงห้าปี บางท่านอาจจะมองเห็นฉากหน้าอันสวยหรูของผู้สำเร็จ แต่ท่านเคยตั้งคำถามไมว่า วิธีการของความสำเร็จของเขาเหล่านั้น ต้องฝันฝ่าอุปสรรคอันใดมาบ้าง?
หลายๆท่านที่เข้ามาในวงการธุรกิจเครือข่ายขายตรง คาดหวังอย่างสูงว่า ฉันมาทุนแล้วจะต้องได้เงินกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ช่วงแรกขยันชวนคนเก่งมาก ชวนๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วก็ชวน พอเขาตัดสินใจสมัครเข้าร่วมเครือข่ายกับคุณ คุณยิ้มออก เพราะนั้น คือ ค่าแนะนำหรือ sponser bonus นั้นเอง 
แต่ช้าก่อน.....เวลาผ่านไปท่านอาจชวนคนได้น้อยลง จนเกิดอาการท้อใจ รายได้ไม่เกิด แล้วสุดท้ายก็เบื่อแล้วเลิกไป ซ้ำร้ายยังโทษว่าธุรกิจขายตรง ไม่ดี ไม่ได้พาฉันรวยจริงๆหรอก แล้วก็บอกต่อไปอีกเป็นสิบๆคนจนกลายเป็นเรื่อง มองขายตรงในภาพลบไปอีก
นักมือใหม่หัดขายตรงทั้งหลายฟังทางนี้ ในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีแน่นอน ก่อนทำขายตรงมาปรับทัศนคติกันให้ชัดเจนว่า ก่อนเข้ามาทำขายตรงจงอย่าใช้ความโลภนำทางเข้ามา มองเห็นแต่เงินจนไม่เห็นวิธีการหาเงินระยะยาว ช่วงแรกของการทำธุรกิจขายตรงคือ การชวนคนมาขยายเครือข่าย รายได้ดูเป็นกอบเป็นกำจากค่าแนะนำทำให้คุณอาจจะหลงใหลได้ปลื้มจนลืมไปว่า คนที่ท่านชวนมาก็อยากรวย อยากสำเร็จเหมือนท่านเช่นกัน ฉะนั้น หน้าที่ต่อไปของท่านหลังจากชวนคน คือ การสร้างเขาเหล่านั้นให้สามารถขยายองค์กรเป็นเหมือนท่านเช่นกัน
ท่านจะต้องสร้างเขาให้ภาคภูมิใจในศักยภาพตนเองและสามารถดึงศักยภาพตนเองมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ท่านต้องพาเขาเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ที่ทีมหรือบริษัทต่างๆจัดให้ เพื่อจะได้ชวนคนเป็น จัดประชุมเป็น รวมถึงพัฒนาศักยภาพผู้นำ เพื่อให้ดูแลรักษาคนเป็นให้ได้
หากวิเคราะห์กันให้เห็นชัดๆท่านจะพบว่า ความสำเร็จของท่านในการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง แท้ที่จริงคือ ความสำเร์จของทีมงานหรือองค์กรที่ท่านชวนเขามานั้นเอง ฉะนั้นก่อนจะลงมือทำขายตรงท่านต้องถามตนเองก่อนว่า ท่านพร้อมหรือยังที่นำพาทุกคนที่ท่านชวนมาไปสู่ความสำเร็จได้จริงๆ หากยังตอบคำถามนี้ไม่ได้ อย่าคิดแม้แต่จะสมัครเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค


                                       

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คิดแบบmlm ทำแบบซื้อมาขายไป ยังไงละทีนี้?

     ใช้ตะเกียบไปตักน้ำซุป เมื่อไหร่จะได้กิน?

        หลายๆคนชอบบ่นเรื่องของการใช้เครื่องมือแบบผิดๆ ไม่ถูกที่ถูกทาง จนกลายเป็นความผิดพลาดแล้วกลับไปโทษเครื่องมือนั้นว่า ไม่ดีอย่างโน้น ไม่ดีอย่างงี้ แต่แท้ที่จริงแล้วกลับกลายเป็นว่าเราใช้เครื่องมือแบบผิดที่ผิดทางซะเอง
       ปัญหาอย่างหนึ่งที่ผมเห็นได้อย่างชัดเจนเรื่อง การทำขายตรงโดยเฉพาะที่เป็นลักษณะขายตรงแบบหลายชั้น หรือ MLM คือ การมองแบบผิวๆจากภายนอกว่า หากเราขายเก่งๆ มีเงินทุนหนาๆ เราก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จในการทำขายตรง MLM ได้ นักขายตรงมือใหม่พึงระวังอย่าติดกับดักเรื่องนี้ มิฉะนั้นท่านจะสูญทั้งเงินและแรง และเสียทั้งความรู้สึกแบบไม่สามารถนำคืนกลับมาได้
      ความเข้าใจไม่ผิดแต่ใช้ไม่ถูกที่ ที่ใช้ความคิดแบบซื้อมาขายไปหรือซิงเกิล มาใช้กับขายตรงmlm หลายๆอย่าง เช่น ต้องขายของตลอดเวลา ต้องเปิดหน้าร้าน ต้องลงทุนทำสื่อโฆษณาโดยเฉพาะ ป้าย ลงทีวีเคเบิล หรือวารสาร เป็นต้น สิ่งทีกล่าวถึงนี้จะดีมากๆในการทำธุรกิจแบบซิงเกิล แต่หากมาใช้กับการทำขายตรงmlm อาจจะต้องพิจารณากันใหม่ครับ
      อย่าหลงประเด็นนะครับ การทำขายตรงmlm รายได้ที่เป็นหลักจริงๆไม่ได้มาจากการค้าปลีก แต่ที่เป็นกอบเป็นกำ อยากให้โฟกัสคือ รายได้ที่เกิดจากการขยายและบริหารสายงาน เพราะอย่าลืมว่ารายได้จากการขายสินค้า 100 บาทของระบบขายตรงเงิน 20-30 บาทจะถูกจ่ายเป็นค่าเหนื่อยในการทำตลาด หาคน บริหารคน ฉะนั้น หากเราเอารายได้ส่วนนี้ไปทุ่มเทเรื่องสื่อโฆษณา หน้าร้าน มากเกินไป(ตามสูตรการขายแนวซิงเกิล) แล้วเราจะเอาอะไรรับประทานกันละครับพี่น้องงงง
      ปรับทัศนคติจากการทำธุรกิจแบบซิงเกิล มาทำแบบขายตรง mlm เราต้องไปเน้นกระบวนการหาคนและสร้างคนเพื่อส่งผลต่อการขยายองค์กร และบวกกับปลูกฝังวัฒนธรรมการบริโภคซ้ำ สิ่งนี้จะส่งผลต่อความยั่งยืนของรายได้ต่อไป ฉะนั้นเงินที่ได้มาจากทำขายตรง ควรจะเน้นการนำมาใช้ในเรื่องการดูแลคน บริหารคนในองค์กร สร้างระบบให้เขาทำงานเป็น ยกระดับเป็นผู้นำให้ได้ สิ่งนี้จึงจะเป็นการลงทุในแบบขายตรง mlm อย่างถูกจุด
     โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ เพราะสิ่งนี้คือความปรารถนาดีต่อทุกๆท่าน อยากให้ท่านแยกแยะและใช้ความพยายามให้ถูกวิธี ถูกทาง จึงจะเกิดผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  มีเงินเยอะแต่ใช้วิธิผิดเงินก็หมดได้ครับ แล้วจะไม่ได้เสียใจทีหลัง

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คิดทำขายตรงด้วยหัวใจผู้ประกอบการ

        ทำด้วยความจริงจัง จริงใจ ทำให้เป็นเหมือนชีวิตเรา สิ่งนั้นย่อมประเสริฐสุด และสมแล้วที่จะสำเร็จอย่างเต็มภาคภูมิ
     หากท่านตัดสินใจที่จะทำสิ่งใดเพื่อความสำเร็จ อย่าคิดเผื่อ อย่าคิดเล่นๆ อย่าคิดแบบสังสัยอย่างไม่รู้จบ หากมั่นใจแล้วจงอย่างลังเล ทุ่มเทสักตั้ง ทำให้สุดชีวิตเท่าที่มี
      นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลาย จงอย่าล้อเล่นกับความสำเร็จ หากจะเอาดีทางนี้แล้ว เต็มที่ ใส่เกียร์เดินหน้าอย่างเดียว หักเกียร์ถอยหลังทิ้งซะ 
      เราทนทรมานกับงานบางอย่างใช้เวลา 10 ปี 20ปี หรือมากกว่านั้น เพื่อจะทำอะไรบางอย่างให้ชีวิตคุณดีขึ้น แต่หากมีทางเลือกบางอย่างที่ใช้เวลาน้อยกว่า อาจจะ 2-5 ปี ก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จทำชีวิตให้ดีขึ้นได้ หากเราได้ทุ่มเทกับธุรกิจขายตรงแบบเต็มที่ ด้วยหัวใจของผู้ประกอบการ มาดูกันครับว่า การทำขายตรงด้วยหัวใจผู้ประกอบการ ทำอย่างไร? แบบไหน?

          1.ตอกย้ำตัวเองอยู่เสมอว่า "นี้คือธุรกิจแห่งความรับผิดชอบตัวเอง" ลงทุน วางแผน ดำเนินการ ประเมินผลล้วนแล้วเกิดจากตนเองทั้งสิ้น อย่ามัวแต่โทษแต่คนอื่น
          2.วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลมากกว่า "เงิน" ท่านต้องมองว่า การเข้าสู่วงการขายตรง คือ การพัฒนาตนเองให่สุดยอด และที่วำคัญ คือ นำพาชีวิตคนอื่นให้ดีขึ้นเหมือนกับท่านให้ได้ เปลี่ยนศนคติใหม่ จากที่คิดว่าการไปชวนใครทำขายตรง เพื่อหวังผลประโยชน์จากเขา เป็น ไปให้โอกาสเพื่อทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น มีเงินใช้มากขึ้น รักครอบครัวมากขึ้น
         3.กล้าเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย บางครั้งธุรกิจก็ต้องมีบ้าง แต่ขายตรงความเสี่ยงไม่มากขนาดนั้น แต่บางครั้งก็ต้องตัดสินใจเสี่ยงเพื่อให้ได้สิ่งดีๆกลับมา
         4.กล้าคิดต่าง แม้เราจะเข้าสู่วงการขายตรงที่เต็มไปด้วยบริษัทเปิดใหม่ ผลิตภัณฑ์และแผนการตลาด ที่คล้ายๆกัน แต่ตัวเราเองสามารถที่จะสร้างความต่าง ผ่านระบบที่เราสร้างขึ้นมาเองได้
         5.อึดให้มากพอ ทำแบบนักวิ่งมาราธอน วิ่งไปข้างหน้าอย่าหยุด ทุกๆธุรกิจรวมถึงธุรกิจขายตรง ต้องอาศัยความอึดให้มากเพื่อแลกกับความสำเร็จ โดยเฉพาะช่วง 3-6 เดือนแรก ท่านอาจต้องเผชิญปัญหาหนักอึ้งมากมาย แต่ถ้าผ่านมาได้ท่านจะแกร่งขึ้นและสำเร็จแน่นอน
         6.เรียนรู้ให้มากพอ จริงๆแล้วขายตรงเป็นธุรกิจที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ปัญหาเกิดขึ้นทุกวัน เพราะเป็นอาชีพที่แปรปรวนไปตามอารมณ์คน คิดจะไม่ทำเลิกไปเฉยๆโดยไม่ต้องยื่นใบลาก็ได้ ฉะนั้นท่านจะต้องเรียนรู้พัฒนาตนเองเพื่อรับกับสถานการณ์ต่างๆให้เท่าทัน เรียนรู้มากปัญหาแก้ง่าย เรียนรู้น้อย ยากทุกเรื่อง
         7.ความคิดสร้างสรรค์ สร้างนวตกรรมใหม่ๆ คล้ายๆกับเรื่องความคิดต่าง แต่ท่านจะต้องมีสมองสร้างสรรค์เพื่อคิดหาทางใหม่ๆที่จะหาคน สร้างคน รักษาคนในการทำขายตรงให้ได้ บริษัทมีเป็นพันๆ แต่ต่างกันที่ความคิดสร้างสรรค์
          8.ทำด้วยความกระตือรือร้น เหมือนกับว่า ทุกวันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ทำให้เป็นชีวิตจิตใจ ด้วยความหลงใหลและความรักที่ทุ่มเทให้ทุกอย่าง
         9.จรรยาบรรณและสำนึกรับผิดชอบที่เข้มข้น ข้อนี้ควรจะยึดเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจขายตรง ในสภาวะปัจจุบันการตรวจสอบเป็นเรื่องเป็นวงกว้าง หากท่านทำไม่ดี ผิดจรรยาบรรณ เพียงแค่มีคนโพสในระบบโซเชียลเน็ตเวริ์ค อาชีพของท่านถึงกับจบลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นท่านจะดำเนิการใดๆ เช่น การโฆษณาผลิตภัณฑ์ หาสมาชิก สปอนเซอร์ สร้างองค์กร อย่าลืมที่จะใส่ใจเรื่อง กฎจรรยาบรรณมากๆ
หลักแห่งการทำขายตรงด้วยหัวใจผู้ประกอบการ 9 ข้อเพื่อชีวิตที่ก้าวหน้าในการทำธุรกิจขายตรง ฝากไว้เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนการตัดสินใจที่จะทำธุรกิขายตรงสำหรับนักขายตรงมือใหม่นะครับ 

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการบจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค


       

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ทำขายตรงให้เป็นหน้าที่ ความสำเร็จเป็นของเราแน่นอน

  ถ้าคนเราทำหน้าที่ เพื่อหน้าที่ โลกนี้คงไม่วุ่นวายขนาดนี้ (ระลึกได้จากคำพุทธทาส)

     ทักทายเหล่านักขายตรงมือใหม่ทุกท่านด้วยหลักคิดดีๆ เบื้องต้นที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้พิจารณา ในการทำงานขายตรงให้ประสบความสำเร็จ
     เมื่อลงมือทำขายตรงหรืองานอะไรสักอย่าง เราต้องเริ่มต้นเรียนรู้และระลึกเสมอว่า  " หน้าที่" ของเรา คือ อะไร? 
    คำว่า "หน้าที่" ในความหมายของผม หมายความว่า สิ่งที่เราจำเป็นจริงๆที่ต้องลงมือทำ โดยที่เราไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธได้ อย่าเราทำขายตรงเราก็ต้องระลึกเสมอว่า เรามีหน้าที่อะไรบ้างที่จะสามารถส่งผลต่อความสำเร็จได้
   
   @ หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบตนเอง ลงทุนเอง  วางแผนเอง ลงมือเอง ไม่ต้องรอให้ใครสั่งการ
   @ หน้าที่ที่จะต้องลงมือศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง มีอีกหลายเรื่องที่เราไม่รู้ จงทำตัวเป็นคนไม่รู้อยู่ตลอดเวลา
   @ หน้าที่ที่จะต้องออกชวนคน  จากนั้นสร้างเขาให้ประสบความสำเร็จ และรักษาเขาไว้ตราบนานเท่านาน ระลึกเสมอว่า ผู้คนคือสินทรัพย์ที่มีชีวิตอันประเมินค่าไม่ได้
  @ หน้าที่ที่จะต้องปฎิบัติตามกฎจรรยาบรรณและยึดคุณธรรมอย่างเคร่งครัด ดังคำนักปราชญ์ที่ว่า จงเคร่งครัดกับตัวเอง แต่ผ่อนปรนกับผู้อื่น
  @ ไม่ว่าจะเป็นอัพไลน์  ดาวน์ไลน์ ไซด์ไลน์ จงดำเนินตามหน้าที่ของเราให้เต็มที่

   เมื่อนักขายตรงมือใหม่อย่างเราๆ ท่านๆตระหนักรู้ในหน้าที่ และทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มความสามารถ ไม่มัวแต่นั่งจับผิดคนอื่น รับรองหน้าว่าจะไม่ออกอาการมานั่งเกี่ยงงอนกัน มานั่งบ่นเพ้อว่าฉันทำ ทำไมเขาไม่ทำ เสียเวลาเปล่า
     หากท่านปฏิบัติหน้าที่เพื่อหน้าที่อย่างจริงใจ ท่านย่อมจะมีความสุขทุกครั้งที่ลงมือ แม้มีเรื่องไม่ดีหรืออุปสรรคเกิดขึ้นบ้างท่านย่อมจะมองมันในแง่ดี  จนสิ่งเหล่านี้หล่อหลอมท่านเป็นคนสำเร็จอย่างมีคุณภาพต่อไป

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทมเน็ตเวิร์ค

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อัดพลังจากภายในโมติเวต(เพื่อ)ตัวเอง

พลังอะไรจะยิ่งใหญ่เท่าพลังที่เกิดจากภายใน
        หนึ่งในปัจจัยที่มีส่วนช่วยส่งเสริมความสำเร็จ คือ แรงพลังผลักดันทั้งจากภายนอกและภายใน ซึ่งเช่ือมโยงไปถึงหลักแห่งการสร้างแรงจูงใจหรือ การโมติเวตนั้นเอง
        การโมติเวตส่วนใหญ่ที่พบเห็นบ่อยๆมักเกิดจากภายนอก เช่น โมติเวตผ่านโค๊ชปลุกพลังขั้นเทพ,หนังสือ,ซีดี หรือสื่อต่างๆ มีให้เลือกตามจริตของผู้ใฝ่หาความสำเร็จ ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้มักจะเป็นผลแบบไฟช็อตหรือฟ้าผ่าแบบโดนใจในชั่วโมงที่ตนเสพรับสื่อนั้นๆ เข้าทำนองว่า บรรยากาศมันพาไป ไฟไหม้ฟา แต่น้อยคนนักที่จะรักษาสภาพแห่งพลังไฟให้อยู่ได้นานพอที่จะสำเร็จได้จริง
       ฉะนั้นสิ่งที่กล่าวมาผมถือว่าแค่เป็นการเริ่มต้น แต่เรื่องต่อมาหลังจากเราออกจากห้องสัมนาหรืออ่านหนังสือ หรือฟังซีดีจบแล้ว คือ ท่านต้องนำสิ่งเหล่านี้มาประมวลผล คิด พิจารณาอย่างต่อเนื่องว่าสิ่งใดจะนำมาใช้เป็นปัจจัยต่อยอดสู่ความสำเร็จของเราได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญ คือ ทำอย่าไรเราจึงจะโมติเวตตัวเองได้อย่างต่อเนื่องได้แบบแรงดีไม่มีตก
      ซึ่งผมเองก็จะมีไอเดียการโมติเวตตนเองจากประสบการณ์ที่ใช้แล้วได้ผลอยากจะนำมาแบ่งปันกันตรงนี้ครับ
     @ คิดถึงคุณค่าของเงินที่คุณลงทุนไปร่ำเรียนมา ซื้อหนังสือมาอ่าน หมดไปมากน้อยเท่าไร หากเรีนแล้วไม่นำมาลงมือทำผมถือว่าขาดทุนเห็นๆครับ
    @ ถ้าเราคิดว่าทำอะไรๆ เพื่อตนเองทั้งนั้นแรงจูงใจจะน้อยกว่าและไม่ต่อเนื่อง พยายามคิดถึงสิ่งที่เรารักและศรัทธามากๆครับ รับรองว่าท่านจะมีแรงฮึดแบบไม่ตกจริงๆ
   @ พยายามหาสัญลักษณ์ตัวแทนแห่งแรงบันดาลใจมาตกแต่งรอบตัว มองไปทางไหนก็มีแต่แรงบันดาลใจ เช่น ภาพไอดอลของเรา วลีเด็ดที่เป็นพลังบวก
   @ พาตัวไปอยู่ในสังคมคนมีไฟอย่างต่อเนื่อง
   @ ให้กำลังใจตนเอง ชื่นชมตนเอง ยอมรับตนเองจนเป็นนิสัยถาวรให้ได้

     ทั้ง 5 ปัจจัยที่กล่าวมาจะช่วยให้พลังภายในของท่านได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พลังโมติเวตจากภายในจะทำงานแบบต่อเนื่องจนนำพาคุณไปสู่ความความสำเร็จแน่นอน

วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อยากสำเร็จต้องเก่งรอบด้าน

   อย่าจำกัดตัวเองด้วยคำว่า "เฉพาะทาง" แล้วไม่พยายามเรียนรู้เพิ่มเติม นั่นคือ คุณกำลังปิดทางก้าวหน้าของตัวเอง
      ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่มีหน่วยวัดเป็นระดับวินาที การเรียนและปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเป็นสิ่งสำคัญจนถึงขนาดว่ามีศาตร์การบริหารการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
      ผู้ที่จะอยู่รอดได้ในปัจจุบันจะจำกัดตนเองให้เก่งด้านเดียวคงไม่ทันกลับสิ่งที่เปลี่ยนไป ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเก่งให้รอบด้านมากขึ้น
      นักขายตรงมือใหม่อย่างเราๆท่านๆหากจะเอาดีกับขายตรงอย่างจริงจัง ก็ต้องศึกษาเพื่อให้รู้รอบด้าน จากการสังเกตความรู้ที่จะต้องเตรียมตัวเพื่อรับกับความสำเร็จมีดังนี้
     @ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา(ความรู้ด้านจิตวิทยา) เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆเพราะเราต้องทำงานกับความสัมพันธ์กับคนตลอดเวลา ดังนั้นเราต้องใช้จิตวิทยาด้านแรงจูงใจ จิตวิทยาการให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ โดยเราใช้ในกระบวนการตั้งแต่ชวนคน สร้างคน รักษาคน
     @ ผู้เชียวชาญด้านการเงิน(ความรู้ด้านการจัดการการเงิน)  การทำขายตรงให้สำเร็จระยะยาว เราต้องเป็นนักวางแผนการเงินที่มองอย่างรอบคอบ รู้จักหา บริหาร ให้เงินงอกเงยระยะยาว ไม่ใช่หาแล้วใช้เป็นอย่างเดียว สุดท้ายก็ต้องย้ายค่าย เหนื่อยใหม่อีกรอบ และที่สำคัญในเรื่องการจัดการการเงิน คือ การแยกแยะว่าเงินที่ออกจากกระเป๋าแต่ละบาทเป็น "ค่าใช้จ่าย" หรือเป็น "การลงทุน" เพื่อที่จะสามารถใช้เงินอย่างถูกจุดและคุ้มค่าที่สุด
    @ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ (ความรู้ด้านการบริหารจัดการ) นับตั้งแต่ท่านได้สมัครเข้าร่วมธุรกิจขายตรง ไม่ว่าจะบริษัทใดก็ตามถือว่าทุกท่าน คือ ผู้จัดการใหญ่รับผิดชอบบริษัทจำกัดของตัวเอง เราต้องระลึกเสมว่านี้ คือ ธุรกิจของตนเองต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง 100 เปอร์เซนต์ ตั้งแต่ การลงทุน วางแผน ดำเนินการ แก้ปัญหา รวมถึงสรุปผลและรับรายได้ด้วยตนเอง
    @ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดต่อหน้าชุมชน (ความรู้และทักษะด้านการพูด) เป็นทักษะที่จำเป็นมากในการเป็นผู้นำ เพราะการพูดเป็นช่องทางการสื่อสารที่ใช้มากที่สุดในการทำขายตรง ซึ่งจำเป็นจะต้องฝึกการเป็นผู้ฟัที่ดีควบคู่ไปด้วย  เพราะนักพูดที่ดี คือ นักฟังที่ดีเช่นกัน
    @ ผู้เชี่ยวชาญด้านคุณธรรม (ความรู้ด้านจริยธรรม/คุณธรรม) ข้อนี้ถือเป็นความรู้ที่ควรยึดเป็นแกนกลางเพื่อการทำธุรกิจให้ยั่งยืนตราบนานเท่านาน

     5 ข้อความรู้และทักษะสำคัญที่นักขายตรงมือใหม่ควรจะใส่ใจแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อความสำเร็จยั่งยืนยาวนานต่อไป

เขียนโดย
ภาสกร ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทมเน็ตเวริค