วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

ถ้ามีใครมาชวนทำขายตรงให้ถามไปว่า......


   


      ผมเชื่อว่ามีหลายๆคนที่เข้ามาอ่าน blog นี้อาจเคยถูกชวนทำขายตรงในรูปแบบต่างๆ (ผมเน้นที่ขายตรงถูกกฎหมายนะครับ) หรือบางคนอาจเฉียดๆมาแบบเขามาชวนคนข้างๆ แล้วเราอยู่ในเหตุการณ์ด้วย หลายคนยังอาจลังเล กลัวกับภาพลบๆของขายตรงสายดำ ซึ่งแอบอ้างเอาขายตรงบังหน้ามากกว่า และมือใหม่ที่กำลังจะหัดขายตรงหลายคนสงสัยว่า ถ้าฉันจะทำขายตรงที่ไหนสักแห่ง ฉันจะเริ่มตรงไหน.....

       ผมขอตอบอย่างไวเลยครับว่า เราต้องเริ่มที่ คำถาม?

       คำถามที่ใช่ นำไปสู่คำตอบที่ใช่ คำถามที่ไม่ใช่นำพาไปสู่ทางมืดมิด....

       ก่อนตัดสินใจทำขายตรงเรามาใช้คำถามสำคัญในการพิจารณาเพื่อตัดสินใจลงมือทำขายตรงอย่างถูกต้องและประสบความสำเร็จได้จริงๆ


ถามตัวเอง......

  • เรารู้จักตัวเองดีพอหรือยัง ?
  • เป้าหมายในชีวิตของเรา คือ ?
  • เรามีดีตรงไหน ?
  • เราคิดยังไงกับคนรวย ?
  • เราตัดสินใจมาทำขายตรงเพื่อ ?
  • เรามีความรู้เรื่องขายตรงมากน้อยแค่ไหน ?
  • ทัศนคติที่มีต่อขายตรง คือ ?
  • เรามีความอดทนต่ออุปสรรคมากเพียงใด ?
  • เราพร้อมจะเป็นแก้วที่ว่างเปล่าตลอดเวลาได้ไหม ?
ถามคนที่ชวน.....
  • ทำไมคุณถึงทำขายตรง ?
  • เป้าหมายในชีวิตคุณคือ ?
  • คุณใช้หลักอะไรในการดำเนินธุรกิจและบริหารชีวิต ?
  • บริษัทที่คุณทำอยู่มีดีตรงไหน ?
  • คุณประทับใจผลิตภัณฑ์ตัวไหน ?เพราะอะไรถึงประทับใจ ?
  • แผนรายได้ของบริษัทที่คุณทำอยู่ มีจุดเด่นอะไร ?
  • นโยบายในการบริหารทีมงานของคุณ คืออะไร ?
  • คุณจะแนะนำผมให้สำเร็จได้ ตามศักยภาพที่ผมมีอยู่ได้อย่างไร ?
      คำถามเริ่มจากตัวเองให้ได้ครับ จึงจะเริ่มไปถามคนอื่น คำตอบไม่มีสำเร็จรูปนะครับแล้วแต่วิจารณญาณของทุกท่าน ซึ่งข้อดีของคำถามเหล่านี้ คือ จะทำให้เรามองข้ามพ้นจากเปลือกนอกที่เขาขับรถหรู มีบ้านหลังใหญ่มาอวดคุณได้ครับ 

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

สมการแห่งความสำเร็จในการทำขายตรง

หากเรากำลังหลงทางกับสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ด้วยความต้องการที่แวดล้อมยัดเยียดให้เราต้องเป็นแบบนั้น ผมมองว่าเรากำลังเสียเวลานะ ลองหยุดทบทวนอีกครั้งถึงเป้าหมายและความต้องการที่แท้จริง แนวทางที่ถูกต้อง และผลลัพธ์ที่ทำให้เรามีความสุขได้ทุกวัน

ในภาวะที่สงบเงียบพอสมควร ผมได้คิดถึงอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านมา และสมองน้อยๆของผมก็เริ่มประมวลผล........

หากจะนึกถึงแนวทางการทำขายตรงตามที่ผมได้สังเกตที่ผ่านมานั้นมีลักษณะแบบนี้ครับ
อัตตา(ความโลภ) + รวยโคตร + แนวทางที่รวยเร็ว = ?

? คือ จะเป็นอะไรก็ได้แต่ก็มีคนส่วนน้อยที่จะถึงตรงนั้น
หากเริ่มต้นด้วยการขายผลลัพธ์ที่ดูเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ การท่องเที่ยว เงินเป็นล้านๆ ภายในเวลาสั้นๆ จนคนฟังเหมือนโดนสะกดจิต และเราก็หลงกับสิ่งที่ได้รับฟังโดยขาดการวิเคราะห์ จนลงไปในหลุมล่อไปกับข้อความที่ว่า ลงทุนแล้วรอรวยได้เลย หากเราตัดสินใจทำขายตรงด้วยสมการข้างต้นและคำพูดสะกดจิตเหล่านี้ ผมบอกได้เลยว่าคิดผิดครับ ผิดอย่างมหันต์

นักโม้ติเวตมืออาชีพมักจะใช้อารมณ์และบรรยากาศที่เกินจริงมาหลอกล่อจนเราต้องหลงทาง หลงทางและลืมไปว่า การทำธุรกิจในโลกนี้ไม่มีธุรกิจไหนที่ลงทุนแล้วนั่งรอที่บ้านแล้วจะรวยได้ หรือยิ่งลงทุนเยอะยิ่งรวยเร็ว



หากเราจะวิเคราะห์กับแบบผ่าให้เห็นกึ๋น เราเคยสังเกตไหมว่า นักโม้ติเวตเหล่านั้นมักจะพูดถึงแต่ความร่ำรวยของตัวเอง บางคนก็โอเคครับมีเหตุและผลรองรับ แต่บางคนพูดจนน้ำท่วมโลกหาทางไปกันไม่เป็นก็มี เคยเห็นใครไหมที่จะพูดว่า เราจะได้อะไร? เราจะทำอย่างไร? ต้องเหนื่อยแค่ไหน? ต้องเรียนรู้มากแค่ไหน? ต้องอดทุนมากแค่ไหน? ต้องมองบวกมากแค่ไหน? จึงจะสำเร็จได้......

สิ่งที่ผมสังเกตเห็นเกี่ยวกับความสำเร็จแบบระยะยาวนั้น เขามักใช้สมการเช่นนี้ในการดำเนินงาน
แบ่งปัน + ใจกว้าง + เรียนรู้ + ถ่อมตน + ช่วยเหลือให้คนอื่นสำเร็จ = ความสำเร็จ

หากสังเกตและวิเคราะห์สมการนี้ให้ชัดและลึก จะพบว่า เป็นสมการที่นึกถึงผลประโยชน์คนอื่นเป็นหลั กเป็นสมการของการให้ เชื่อมั่นว่าหลายๆท่านที่ทำขายตรงมาหลายๆปี และหากเข้าใจถึงปรัชญาหรือหลักการของขายตรง ที่จริงๆแล้วเป็นธุรกิจที่เน้นหลักสำคัญ คือ การแบ่งปัน การช่วยเหลือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ระลึกเสมอว่าคนที่เราชวนเข้ามาทำธุรกิจขายตรงนั้น ก็มีความหวังและอยากสำเร็จเหมือนเรา

โชคดีที่เรา คือ  ขายตรงมือใหม่ที่มีเวลาพอจะปรับ mindset เรื่องการทำขายตรงให้กว้างไปกว่าความเห็นแก่ตัว แล้วมองให้เห็นไปถึงความหวังของคนอื่น เพื่อที่จะใช้การแบ่งปัน ช่วยเหลือให้เขาประสบความสำเร็จได้

และผมเชื่อมั่นว่าสมการที่ 2 นี้จะช่วยให้ความสำเร็จหรือความร่ำรวยกระจายสู่เครือข่ายได้อย่างเท่าเทียมและทุกคนสามารถมีความสุขกับการทำขายตรงให้ประสบความสำเร็จได้

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นวงการขายตรงเติบโตอย่างมีคุณภาพในเมืองไทย
หมายเหตุ : ทุกข้อความ คือ ความเห็นส่วนตัวนะครับ

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

แชร์ลูกโซ่กับขายตรงต่างกันตรงไหน?



กระแสของแชร์ลูกโซ่ช่วงนี้มาแรงมากๆ แรงจนกลบเกลือนแง่มุมดีๆของธุรกิจเครือข่ายขายตรงจนถึงกับเงิบไปเลยทีเดียว และบางคนที่มีเชื้อไม่ชอบขายตรงอยู่แล้วกลับเหมารวมว่าแชร์ลูกโซ่กับขายตรงคือ เรื่องเดียวกัน วันนี้ผมจะมาไขความกระจ่างเปรียบเทียบกันระหว่าง แชร์ลูกโซ่กับธุรกิจขายตรงแบบถูกกฎหมาย ช๊อตต่อช๊อตกันเลยนะครับ

ธุรกิจเครือข่ายขายตรงถูกกฏหมาย ?


  • จดทะเบียนกับสคบ.ถูกต้องตามกฏหมย เช็คได้ที่นี้
  • บริษัทมีตัวตนจริง / มีอาคารสถานที่มั่งคงถาวร(ไม่ใช่การเช่าชั่วคราวเพื่อพร้อมปิด) / เปิดดำเนินการมานานพอสมควร 3-5 ปีขึ้นไป
  • มีผลิตภัณฑ์ชัดเจนและราคาสมเหตุสมผลไม่แพงจนเกินไป
  • เน้นการซื้อขายกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคและการซื้อซ้ำ
  • รายได้ของนักธุรกิจส่วนใหญ่เกิดจากกำไรค้าปลีกและการบริโภคซ้ำของเครือข่ายผู้บริโภค
  • เติบโตสมเหตุสมผลไม่หวือหวาจนน่าสงสัย


ธุรกิจแชร์ลูกโซ่

  • ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องกับสคบ.
  • บริษัทไม่มีตัวตน / เช่าอาคารชั่วคราวในสภาพพร้อมปิดหนี อาจมีการอ้างว่าบริษัทแม่ที่เมืองนอกกำลังดำเนินการเพื่อมาเปิดดำเนินการในไทย / เปิดดำเนินการมาได้ไม่นานนัก
  • มีผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจน หรืออาจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องไม่ได้ เช่น บัตรสมาชิก,การบริการ ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้เจ้าของบริษัทที่ตั้งใจจะหลอกลวงหลบหลีกได้ง่าย
  • ตั้งราคาผลิตภัณฑ์สูงเกินไปจนผิดปกติ
  • เน้นการหาสมาชิกใหม่ๆ และต้องลงทุนสูง เพื่อนำเงินมาจ่ายคนเก่าที่ชวนกันมา
  • รายได้เกิดจากการขายฝันแบบเกินความจริง และหลอกให้คนใหม่มาลงทุนด้วยความโลภ
  • เติบโตเร็วจนผิดปกติ
เมื่อเข้าใจข้อเปรียบเทียบระหว่างแชร์ลูกโซ่และขายตรงแบบถูกกฎหมายคร่าวๆแบบนี้แล้ว ต่อไปนี้เราคงตัดสินใจที่จะทำธุรกิจขายตรงอย่างเชื่อมั่นและยิ่งมองเห็นมุมดีๆของขายตรงมากขึ้น ผมมักคิดอยู่เสมอว่าขายตรงมีหลักการและปรัชญาที่ยอดเยี่ยมากๆแต่ปัญหา คือ คนจะนำมาใช้ประโยชน์แบบไหน ถ้าดีก็ดีไปแต่ถ้านำมาหลอกลวงคนอื่นผมถือว่าเป็นอาชญากรรมนะครับ ไม่ใช่ขายตรง

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

โรคลืมปรัชญาขายตรง




ชีวิตที่มีแกนเป็นหลักยึด มีจุดยืนที่แน่นอน หากมีอุปสรรคถาโถม ย่อมจะยังยืนหยัดอยู่ได้ แต่หากไร้แกนหลัก แค่เพียงลมปากเบาๆก็พังทลายได้ในพริบตา

ผู้ที่เริ่มเข้าสู่ธุรกิจขายตรงช่วงแรกๆ มักจะถูกปลูกฝังให้เรียนรู้ถึงปรัชญาขายตรงแบบซ้ำแล้ว ซ้ำอีก บางครั้งฟังจนท่องจำได้ขึ้นใจเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆแล้วหลักปรัชญาขายตรงนั้นเป็นไปในแง่ดีมากๆ โดยรวม คือ สื่อไปถึงเรื่องของการรู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือ แชร์ประสบการณ์ และต่อยอด มองความสำเร็จของคนอื่น คือ ความสำเร็จของเรา

ปัจจุบันธุรกิจขายตรงถูกนำมาปรับใช้ในหลากหลายรูปแบบ ในทางดีๆก็มีมากมาย แต่ในทางที่ไม่ดีมีเจตนาบิดเบือนปรัชญาขายตรง เพื่อผลประโยชน์ต่อตนเองก็มี และประเภทหลังกลับเป็นข่าวดังโดยไม่ต้องจ้างออกสื่อ จนทำให้วงการขายตรงถูกมองแบบติดลบลงไปเรื่อยๆ คนประเภทหลังนี้กำลังติกเชื้อโรคที่เรียกว่า "โรคลืมปรัชญาขายตรง" ซึ่งกำลังแพร่อย่างรวดเร็วในวงการขายตรงยุคปัจจุบัน

อาการของคนติดโรคลืมปรัชญาขายตรง มักจะถูกเชื้อแห่งความโลภแทรกซ้อนกัดกินความเมตตา ทำลายการแบ่งปัน มองขายตรงเป็นเพียงเครื่องหลอกลวงสูบเงินจากประชาชนตาดำๆ เชื้อเหล่านี้จะค่อยๆกัดกินระบบขายตรง หากไม่มีวัคซีนหรือยาแก้ที่ดี ขายตรงจะถูกมองแย่ลงเรื่อยๆต่อไป

วัคซีนและยาแก้ที่ดีของขายตรงในมุมมองของผม คือ back to basic การย้อนกลับไปทบทวนปรัชญา แล้วเทียบเคียงสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ว่าตรงกันหรืออยู่ในร่องในรอยของปรัชญาขายตรงมากน้อยเพียงใด และเราเองก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดสู่การทำขายตรงให้ทันยุคทันสมัย และที่สำคัญ คือ มีคุณธรรมเป็นแกน เพื่อให้เกิดการทำขายตรงอย่างยั่งยืนต่อไปอีกด้วย

มือใหม่หัดขายตรงและเราชาวขายตรงทั้งหลายมาร่วมสร้างสังคมดีๆของขายตรง ป้องกันโรคลืมปรัชญาขายตรงกันเถอะ







วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

คุณค่าที่แท้และความสำเร็จของจริง

           เราจะไม่มีวันรู้ว่าเราดีขนาดไหน ไม่ดีขนาดไหนจนกว่าจะมีคนมาบอกกล่าวกับเรา เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้

         ขณะที่เราลงมือทำอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก บางทีเราอาจหลงลืมไปว่า เราเองไม่สามารถที่จะดื้อดึงที่จะเอาแต่ความคิดของตนเองเป็นใหญ่จนมองไม่เห็นความคิดเห็นดีๆของคนอื่น ซึ่งน่าเสียดายมากๆ เพราะเรากำลังทิ้งโอกาสแห่งการต่อยอดความสำเร็จให้ง่ายและเร็วขึ้น

         การยอมรับถึงเรื่องของความแตกต่างและคุณค่าของการเติมเต็ม ไม่มีใครเก่งไปซะทุกเรื่อง ไม่มีใครทำเป็นทุกอย่าง มองให้ลึกถึงคุณค่าของคนอื่นที่มีผลต่อการสร้างสรรค์งานและเติมเต็มคุณค่าของเราอย่างสม่ำเสมอ ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่และครบถ้วน เป็นเรื่องที่ควรทำมากกว่าการเสียเวลาไปจับผิดและดูถูกคนอื่นๆ

       การทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงเป็นหนึ่งในงานที่ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะที่เราเป็นอัพไลน์หรือผู้บริหารองค์กรเราควรระลึกเสมอว่า คุณค่าของทีมงานคืออะไรและเราจะสามารถจะส่งเสริมคุณค่านั้นๆให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างไร? และโปรดระลึกอยู่เสมอว่า ความสำเร็จของเราและความสำเร็จของทีมงานเป็นเรื่องเดียวกัน

      นักขายตรงมือใหม่ทั้งหลายตั้งสติให้ดีและอย่าเผลอที่จะมองเห็นแต่ความดีของคนอื่นจนลืมไปว่าคนอื่นเขาก็มีดีเหมือนกัน และการที่เราได้มอบคุณค่าให้คนอื่นก่อน เขาก็จะมอบคุณค่ากลับคืนมาให้เราได้แบบไม่ต้องร้องขอ และผลที่ตามมาก็คือ ความสำเร็จของจริงนี้เอง

     คุณค่าของเรามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าเราให้คุณค่ากับคนอื่นมากน้อยเพียงใด?

          

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

อย่าให้อุปสรรคในใจทำร้ายเราเอง

        


        อุปสรรคภายในยิ่งใหญ่กว่าอุปสรรคภายนอก หากเรายังข้ามไม่พ้นอุปสรรคภายในออกมาได้ ก็ยากที่จะทำอะไรให้สำเร็จได้

     ในสภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงหรือที่เรียกสั้นๆว่าเศรษฐกิจถดถอย แบบในสภาพปัจจุบันนี้ เงินในกระเป๋าลดน้อยถอยลง ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น หลายคนกลายสภาพเป็นคนหดหู่ ไม่สู้ เฝ้าแต่รอให้โชคชะตาทุบตี ลากถูกไปแบบไร้ทิศทาง
      แม้กระทั่งในแวดวงการทำธุรกิจขายตรงก็โดนกระทบมิใช่น้อย โดนกับแบบทั่วถึงเหมือนกันครับ
      จริงอยู่ว่าสภาพเศรษฐกิจแบบนี้เป็นอุปสรรคกับเรา แต่หากเราลองทบทวนให้ลึกด้วยการตั้งสติจะพบว่า อุปสรรคที่ทำร้ายให้จมลึกไปยิ่งกว่า คือ อุปสรรคที่เราสร้างขึ้นมาเอง ด้วยทัศนคติและความคิดแบบลบๆ เช่น ฉันไม่มีเงิน,ฉันทำไม่ได้หรอก,ฉันว่าฉันแย่แน่ๆ,จะเอาอะไรกิน แนวคิดลบๆเหล่านนี้ละคือ อุปสรรคใหญ่ในใจที่คอยขวางทางให้เราไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าเพื่อความสำเร็จต่อไปได้
     เชื่อเถอะว่ายังมีคนแย่กว่าเราอีกเป็นล้านในโลกนี้ แต่ทำไมเขาก็ยังมีชวิตพร้อมสู่อยู่ได้ หากอยากจะรอดวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้จงตั้งสติและดึงพลังแห่งศักยภาพภายในเพื่อปรับตัวให้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ ผมเชื่อมั่นว่าหากเราอดทน เรียนรู้ ปรับตัว เราจะผ่านตรงนี้ไปได้สู่สิ่งที่ดีกว่าแน่นอน

     เป็นกำลังใจให้ทั้งตัวเองและขายตรงทั้งมือเก่าและมือใหม่ทุกๆท่าน ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ เพื่อข้ามผ่านไปสู่ความสำเร็จดั่งที่ปรารถนาไว้ จงเชื่อมั่นในพลังภายใน จงเชื่อมั่นในเป้าหมายที่ยังชัดเจน และจงเชื่อมั่นในสิ่งที่ดีกว่า

     จงอย่าอนุญาติให้อุปสรรคภายในทำร้ายความหวังและศรัทธาที่มีต่อความสำเร็จของท่าน เพราะตัวท่านเองเท่านั้นคือผู้คุมกฎแห่งความสำเร็จ คุณเท่านั้น !!!!!


 เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค 

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

สงกรานต์นี้เต็มไปด้วยโอกาสและการแบ่งปัน




"โอกาสล่องลอยอยู่รอบตัว อยู่ที่เราจะตั้งใจมองให้เห็นและคว้ามันได้เร็วเพียงใด"

       เผลอแป๊บเดียวก็จะเข้าสู่หน้าเทศกาลอีกแล้ว ยังรู้สึกว่าเทศกาลปีใหม่สากลเพิ่งผ่านไปหยกๆ นี้จะเข้าปีใหม่ไทยสงกรานต์บ้านเราอีกแล้วหรอเนี่ย
      คุยกับคนทำขายตรงหลายท่านบอกว่าช่วงสงกรานต์ คือ ช่วงปราบเซียน คนส่วนใหญ่เก็บเงินไว้กินไว้เที่ยว ยาวไปถึงช่วงพฤษภาคมก็ถึงเวลาเปิดเรียนต้องใช้เงินกับลูกหลานมากมายอีก สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริง แต่ไม่เกินเลยที่จะทำให้เราท้อจนไม่อยากจะทำอะไรต่อไป

      มายาคติจากความรู้สึกว่าข้อมูลเดิมๆ ของทุกๆปีแบบนี้จะทำให้เรามีรายได้ที่ลดน้อยลง มันเหมือนดาบสองคมอยู่ที่ว่าเราจะใช้ข้อมูลนั้นทำอะไร หากเราใช้ข้อมูลเพื่อบั่นทอนตัวเองปีนี้กับปีที่แล้วก็เลยไม่ต่างกัน เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่หากว่าเราลองมองแง่บวกหาข้อดี ใช้ข้อมูลมาแปลงเป็นโอกาสแห่งธุรกิจ โอกาสแห่งการแบ่งปันสิ่งดีๆให้กับญาติพี่น้องเพื่อนฝูงในหน้าเทศกาลบ้าง จะดีไม?

      เรามักมองว่าช่วงหน้าเทศกาลสงกรานต์คนมีเงิน (ไม่ใช่ไม่มีเงินนะครับ) แต่มักใช้เงินไปเรื่องอื่นๆ เช่น กิน เที่ยว เฮฮา แต่เราลืมไปหนึ่งอย่างว่าช่วงสงกรานต์คือช่วงญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงรวมตัวกันได้มากที่สุดในประวัติการณ์ และเป็นช่วงของการมอบสิ่งดีๆให้แก่กันและกัน ยังไงเราเองก็ต้องซื้อของขวัญพิเศษๆให้ญาติผู้ใหญ่อยู่แล้ว แทนที่จะไปซื้อของขวัญที่อื่นๆทำไมไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ดีๆมีคุณภาพของบริษัทขายตรงที่เราทำอยู่ไปมอบให้ท่านละครับ

      อย่าลืมนะครับว่าญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนของเพื่อนฝูงหรือเพื่อนของเพื่อนญาติพี่น้องถือว่าเป็นเครือข่ายที่ยังทรงพลังอยู่ และหากเขาเหล่านั้นได้รับมอบผลิตภัณฑ์ดีๆจากบริษัทของคุณ แน่นอนว่าการบอกต่อจะเป็นไปโดยอัติโนมัติแน่นอน และนั้นคือการต่อยอดธุรกิจของท่านอีกด้วย

      วันหยุดยาวหน้าเทศกาลปีใหม่ไทยวันสงกรานต์ขอให้ทุกท่านมีความสุขและเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย และหากท่านยังเชื่อมั่นประสทิธิภาพการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงอยู่ จงอย่ากังวลกับช่วงเดือนแห่งเทศกาลเพราะหากท่านเข้าใจธรรมชาติของตลาดและพยายามสร้างคุณค่าให้กับตลาดมากขึ้นท่านก็จะได้รับทั้งความสุขและต่อยอดธุรกิจของท่านให้ยั่งยืนยาวนานต่อไป

      สวัสดีปีใหม่ไทย สุขสันต์วันสงกรานต์ล่วงหน้าครับ

เขียนโดย
ภาสกร  ผุยพงษ์
รองกรรมการผู้จัดการ บจก.ริชไทม เน็ตเวิร์ค